ร้องปวีณา รุ่นพี่โหดรุมตบรุมตืบแต่เรื่องเงียบ

วันที่ 27 ส.ค. 2553 เวลา 13:33 น.
ผู้ปกครองร้องมูลนิธิปวีณา หลังรุ่นพี่โหดรุมกระทืบ รุ่นน้อง ม.1 อย่างทารุณ แต่เรื่องยังเงียบ

นางแดง(นามสมมติ) อายุ 30 ปี   พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา   อยู่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ 2 ต.ทุ่งคลี อ. เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี  เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนางปวีณา  หงสกุล  ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์) ที่สำนักงานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลอง 7 ต.ลำผักกูด อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมกับนายดำ(นามสมมติ) ผู้เป็นพ่อ ด.ญ.อ๋อม(นามสมมติ) บุตรสาว  อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ ต.เชิงกลัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

ทั้งนี้ หลังถูกเพื่อนนักเรียนรุมทำร้ายอย่างทารุณ แถมขู่ฆ่าถ้าเอาเรื่องไปบอกพ่อแม่ จนกระทั่งครูในโรงเรียนรู้เรื่องส่งคลิปขณะลูกถูกรุมสะกรัมให้ดู ทนไม่ได้เข้าแจ้งความท้องที่พร้อมนำคลิป วิดีโอไปให้ดูแต่ยังทำเฉย จึงต้องโร่มาขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิปวีณา

โดยนางจุฑามาศได้เปิดคลิป วิดีโอ ดังกล่าวให้นางปวีณาได้ดู ซึ่งภาพที่ปรากฏในคลิปทำให้ทุกคนที่ได้ดูถึงกลับสลดใจเมื่อพบนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังรุมทำร้ายนักเรียนผู้หญิงสองคนซึ่งตัวเล็กกว่ามากอย่างทารุณ มีทั้งตบ  เตะ กระทืบ และถีบศีรษะด้วยอาการที่เมามัน ไม่ปราณีแม้ว่าผู้ที่ถูกทำร้ายจะยกมือไหว้ขอความเห็น  แต่กลับเป็นการยั่วยุให้เด็กนักเรียนหญิงกลุ่มนั้นเกิดอารมณ์และเข้าทำร้ายกันอย่างต่อเนื่อง  ท่ามกลางเพื่อน ๆ นักเรียนหลายคน ที่ยืนดูกันอย่างหน้าตาเฉยในห้องซ้อมดนตรี  ซึ่งการรุมทำร้ายร่างกายนั้นกินเวลานานกว่า 6 นาทีเลยทีเดียว 

หลังจากที่ได้ดูคลิปวีดิโอจบลงนางจุฑามาศ กล่าวกับนางปวีณาว่า เมื่อวันที่ 16  ส.ค.  ที่ผ่านมาเวลา 14.00 น.   บุตรสาวตนได้ถูกนักเรียนชั้น ม.3   ของโรงเรียนเดียวกันรุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณที่ห้องดนตรีของโรงเรียน ขณะที่ถูกทำร้ายมีนักเรียนชายหญิงหลายคนอยู่ในเหตุการณ์แต่กลับไม่มีใครช่วย แถมยังมีการถ่ายคลิปเก็บไว้อีกด้วยซ้ำ  หลังจากเกิดเหตุบุตรสาวตนไม่ยอมเล่าเรื่องนี้ให้ทางบ้านรับรู้เพราะกลุ่มนักเรียนหญิงอันธพาลกลุ่มนั้นได้ขู่เอาไว้ว่าถ้านำเรื่องนี้ที่ถูกรุมทำร้ายไปบอใครจะฆ่าให้ตาย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมาครูที่โรงเรียนได้เห็นคลิปนี้ซึ่งถูกเผยแพร่ไปทั่วโรงเรียนจึง ได้โทรศัพท์แจ้งข่าวไปแม่ ซึ่งเป็นยายของ ด.ญ.อ๋อม 

ต่อมาเวลา 15.00น.ของวันเดียวกัน แม่ได้พาบุตรสาวตนเข้าแจ้งความ ที่ ส. ภ.บางระจันพร้อมคลิปวิดีโอดังกล่าว  ซึ่งทาง ส. ภ.บางระจัน พร้อมด้วยคลิปดังกล่าวได้รับแจ้งความไว้แล้ว   พร้อมกับส่งตัวไปที่ รพ.บางระจัน เพื่อตรวจร่างกายบุตรสาว  มาวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 24 ส.ค. ตนได้เดินทางไปที่ สภ.บางระจันเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี พร้อมนำคลิปวีโอไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับบอกว่าต้องรอผลตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียวถ้าไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย  ก็ไม่สามารถเอาผิดกับกลุ่มนักเรียนกลุ่มดังกล่าวได้เพราะคลิปวิดีโอสามารถตัดต่อได้จึงนำมาใช้เป็นหลักฐานไม่ได้  ตนเห็นว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมจึงเดินทางมาร้องยังมูลนิธิปวีณาให้ช่วยเหลือนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ อย่าปล่อยให้ลอยนวลไปทำร้ายใคร ๆ อีก
 
ด้านน้อง อ๋อม (นามสมมติ) กล่าวว่า ถูกทำร้ายสองครั้งในวันเดียวกัน ครั้งแรกกลุ่มของ ด.ญ.ยิว กับพวก รวม 5 คน เรียกตนไปหาที่ใต้ต้นก้ามปู บริเวณสนามฟุตบอลหน้าโรงเรียนจาก ด.ญ.ยิว ได้บอกให้ไปตาม ด.ญ. แป้ง (นามสมมติ) ให้มาพบในช่วงเย็น   โดยไม่บอกสาเหตุว่าให้มาพบเรื่องอะไร   โดยขู่ว่าถ้าไม่ตามจะโดนทำร้ายคนเดียว   จากนั้นก็ลงมือตบหน้า 2 ที และผลักจนล้มลง จากนั้นก็เดินจากไป ต่อมาช่วงเย็นประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง ได้ตาม ด.ญ.แป้งไปพบกลุ่มของ ด.ญ.ยิว พอกลุ่ม ด.ญ.ยิวก็ลงมือทำร้าย ด.ญ.แป้งผู้เป็นเพื่อนทันทีนานประมาณ 5 นา ที

จากนั้นก็กระโดดถีบ เตะ กระทืบและเหยียบศีรษะ  ทั้งที่ยกมือไหว้ขอร้อง  แต่ฝ่าย ด.ญ.ยิวยังคงลงมือต่ออย่างไม่ปราณี ส่วนข้อหาที่ถูกทำร้ายร่างกายในครั้งนี้เพราะว่ามีคนไปบอก  ด.ญ.ยิว ว่าพวกตนไปด่ากลุ่ม ด.ญ.ยิว  และบังคับให้ ด.ญ.แป้ง กราบเท้า  แต่เพื่อนไม่ยอมกราบ  และเถียงว่า ไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่แม่จะกราบเท้าได้อย่างไร จึงเป็นสาเหตุให้ถูกรุมสะกรัมดังกล่าว

หลังจากทราบเรื่องนางปวีณา  หงสกุล  ประธานมูลนิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี  ได้ประสานงานไปยัง พ.ต.อ.บัญชา  ติปยานนท์ ผกก. สภ.บางประจัน และ พล.ต.ต.อนุรักษ์  แตงเกษม  ผู้บังคับการจังหวัด สิงห์บุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง  และเร่งดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดต่อไป  อีกทั้งยังจะทำหนังสือถึงกระทรวงศึกษาเพื่อให้ทางโรงเรียนตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น