หญิงสุราษฎร์ฯใจดีมอบที่ดินให้2ลูกเหยื่อบึ้มสร้างบ้าน

วันที่ 16 ส.ค. 2559 เวลา 13:59 น.
หญิงสุราษฎร์ฯใจดีมอบที่ดินให้2ลูกเหยื่อบึ้มสร้างบ้าน
สุราษฎร์ธานี-หญิงวัย55มอบที่ดินให้2ลูกพนักงานเทศบาลนครสุราษฎร์ฯเหยื่อระเบิดไว้สร้างบ้าน ตำรวจได้เบาะแส2ชายต้องสงสัยคาดเป็นผู้ลงมือทั้ง2จุด

ที่สำนักงานที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี นางสุดใจ พุ่มกระจ้าง อายุ55ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 /35 หมู่ 5 ถ.โฉลกรัฐ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้มอบที่ดินในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จำนวน 35 ตารางวา ให้กับ น.ส.อัจจิมา แสงยากร อายุ 25 ปี และนายกัมปนาท แสนยากร อายุ22 ปี ลูกสาวและลูกชายนางจงกลณี พุ่มกระจ่าง อายุ 51 ปี พนักงานทำความสะอาดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ไว้สำหรับก่อสร้างบ้านหลังมารดาเสียชีวิตจากถูกสะเก็ดระเบิดหน้าสถานีตำรวจน้ำเมื่อวันที่ 12 ส.ค.59 เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน

ที่ศูนย์ปฎิบัติการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามคนร้ายคดีวางระเบิดเพลิงไหม้อาคารร้านทวีสินพลาสติก เลขที่ 486/3-6 ถ.กาญจนวิถี ต.บางกุ้ง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และ วางระเบิด 2 จุดที่ป้ายหน้าสถานีตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี กับข้างตู้เอทีเอ็ม.ธนาคารกรุงไทย ที่หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี หลังเก่า ทั้งนี้ การสืบสวนแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ชายต้องสงสัยทั้ง 2 คนปรากฏตัวที่หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีหลังเก่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น.วันที่ 10 ส.ค.59หลังจากนั้นได้เดินไปตามถนนหน้าเมือง ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี มุ่งหน้าผ่านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดไปทางสถานีตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี

ต่อมาได้ปรากฏภาพผู้ชายต้องสงสัยทั้ง 2 คนขึ้นโดยสารรถตุ๊กๆกลับไปทางถนนตลาดใหม่ เข้าไปยังบริเวณซอยท่าทอง (ซอยลัคกี้) ที่มีชุมชนมุสลิมอยู่ด้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.10 น.ทั้ง2คนได้ออกมาจากซอยเดิมอีกครั้ง

" จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ผู้ชายต้องสงสัยทั้ง 2 แต่งกายออกมาจากซอยด้วยชุดเดิม มีหน้ากากอนามัยปิดปาก สวมหมวกปีกกว้างปิดอำพรางใบหน้าและสวมถุงมือตลอดเวลาลักษณะคล้ายกับผู้ชาย 2 คนที่เข้าไปลอบวางระเบิดเพลิงที่ร้านทวีสินพลาสติกที่ได้จากภาพวงจรปิด ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นชุดเดียวกัน "

ทั้งนี้ แนวทางการสอบสวนของชุดคลี่คลายมุ่งประเด็นผู้ก่อเหตุเป็นคนนอกพื้นที่อาศัยเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ ธานีด้วยรถโดยสารประจำทาง เพื่อไม่ให้ทิ้งเบาะแสและถูกตามรอยได้ โดยนำแนวทางการก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมที่เซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุยเมื่อวันที่ 10 เม.ย.58 ที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะจนถูกตามจับกุม แหล่งข่าวชุดสืบสวนระบุว่า เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายได้เข้ามาในพื้นที่ก่อนก่อเหตุไม่น้อยกว่า 3-5 วัน โดยอาจจะอาศัยพักตามโรงแรมต่างอำเภอที่อยู่ใกล้เคียง จึงได้มีการส่งชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบโรงแรมที่พักในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก ซึ่งอาจพบใบหน้าคนร้ายที่ไม่ได้ถูกอำพราง  วันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้ตรวจพบชายต้องสงสัยชาวจ.นราธิวาส 1 คน โดยสารข้ามฝั่งมากับเรือเฟอร์รี่พกพาโทรศัพท์มือถือจำนวนมากจึงเชิญไปที่ สภ.เกาะพะงัน พบโทรศัพท์มือถือ8เครื่องพร้อมซิมการ์ดจดทะเบียนประเทศมาเลเซีย 1 อัน ตรวจสอบไม่มีหมายจับจึงทำประวัติพร้อมเก็บตัวอย่างเอ็นเอไว้ ชายดังกล่าวให้การว่า มีอาชีพเป็นนายหน้าติดต่อค้าขายเรื่องที่ดินข้ามมาเที่ยวที่เกาะ พะงัน ส่วนที่ต้องพกโทรศัพท์หลายเครื่องเนื่องจากเอาไว้ใช้เวลาโทรศัพท์แต่ละเครื่องมีปัญหาจึงได้ปล่อยตัวไป