ชาวบ้านร้องสวนกล้วยจีนขุดบ่อ-สูบน้ำในแม่น้้ำหวั่นกระทบชุมชน

วันที่ 27 มิ.ย. 2559 เวลา 21:53 น.
ชาวบ้านร้องสวนกล้วยจีนขุดบ่อ-สูบน้ำในแม่น้้ำหวั่นกระทบชุมชน
กสม.ลงพื้นที่ตรวจสวนกล้วยหอมจีน จ.เชียงราย หลังชาวบ้านร้องเรียน พบใช้น้ำปริมาณมหาศาล ทั้งขุดบ่อบาดาล-สูบน้ำจากแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดยนางเตือนใจ ดีเทศน์ ได้จัดประชุมข้อร้องเรียนกรณีที่่ชาวบ้านต้า อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการทำสวนกล้วยหอมของบริษัทหงต๋า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำนวน 2,700 ไร่ บริเวณริมแม่น้ำกก อ.พญาเม็งราย

ทั้งนี้ นายทวนชัย วลัยสุข หัวหน้าคนงานสวนกล้วยหอม ได้ออกมาชี้แจงว่า สวนกล้วยหอมดังกล่าวได้จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนพญาเม็งรายการเกษตร มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด โดยเช่าที่ดินจำนวน 2,700 ไร่ ทำสัญญา 9 ปีและต่อให้อีกครั้งละ 3 ปี เริ่มทำการปลูกกล้วยหอมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 จำนวน 100 ไร่ ขณะนี้ได้ทยอยปลูกไปแล้วราว 1,000 ไร่หรือ 1.6 แสนต้น

นายทวนชัย กล่าวต่อว่า หลังจากช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมาได้งดใช้น้ำตามคำสั่งของนายอำเภอ แต่ขณะนี้เริ่มมีฝนและน้ำในแม่น้ำอิงมีการขยับไหล จึงสูบน้ำในแม่น้ำมาใช้โดยไม่ได้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขณะเดียวกันได้ขุดบ่อบาดาลเพื่อสูบน้ำมาใช้ด้วย 3 บ่อ ในอนาคตหากต้องประสบภัยแล้งเหมือนในปีที่ผ่านมาก็อาจจะขุดเพิ่มอีก 20 บ่อ นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่าสวนกล้วยที่ทำอยู่ใช้สารเคมีน้อยมากเมื่อเทียบกับการทำสวนกล้วยหอมจีนในฝั่งลาว

 

ขณะที่ ดร.สมนึก จงมีวศิน อนุกรรมการฯ กล่าวว่า มีข้อเท็จจริงที่ต้องสืบค้นอีกหลายประเด็นคือ 1.เรื่องการใช้น้ำของสวนกล้วยนั้น ต้องการน้ำแท้จริงในปริมาณที่เท่าไหร่ เพราะจากการคำนวนเบื้องต้นไม่น่าจะน้อยกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งทางสวนกล้วยบอกว่าสามารถขุดบ่อบาดาลเพิ่มขึ้นได้ แต่หากใช้น้ำปริมาณนี้ต่อให้เจาะเพิ่มอีก 20 บ่อก็ไม่พอ และจะกลายเป็นศึกแย่งน้ำ 2.เรื่องการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าได้ไหลลงไปในพื้นที่ดินหรือแหล่งน้ำขนาดไหน แม้ทางสวนกล้วยแจ้งว่ามีคันดินปิด แต่โดยข้อเท็จจริงคือสารเคมีบางชนิดก็สามารถซึมผ่านได้ 3.มีการจัดเก็บสารเคมีในบริเวณเดียวกับสวนกล้วย

นายเลื่อน ผิวผ่อง กำนันตำบลต้า อ.ขุนตาล ชุมชนท้ายน้ำที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า การใช้น้ำของสวนเกษตรขนาดใหญ่เช่นนี้ ควรมีกติกา มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อชุมชนท้ายน้ำ แม้กระทั่งเรื่องการขุดบ่อบาดาลก็ควรมีกติกาด้วยเช่นกัน เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านที่ทำไร่ทำสวนต่างก็ใช้น้ำจากบ่อบาดาลรดต้นไม้ หากบริษัทสวนกล้วยขุดบ่อบาดาลในปริมาณมากก็เป็นการแย่งน้ำบาดาลไปจากชาวไร่ชาวสวน

ด้านนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้เชี่ยวชาญจากไบโอไทย กล่าวว่า สวนกล้วยต้องใช้น้ำสูงมาก ซึ่งจากการวิจัยพบว่ามีการใช้น้ำ 6-8 ล้านลูกบาศน์เมตรต่อปี ยังไม่รวมน้ำที่เอาไปแช่กล้วย จึงมีคำถามเรื่องการเจาะน้ำบาดาลว่าอนุญาตอยู่ในระดับใด รวมถึงเรื่องการใช้สารเคมีที่น่าเป็นห่วงมาก จากการตรวจสอบสวนกล้วยหอมในจีนพบว่ามีการใช้สารเคมีอยู่ 105-150 ชนิด  ยังไม่นับการใช้สารเคมีที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ อนุกรรมการฯ กล่าวว่า ถ้าเป็นพื้นที่อื่น การทำเกษตรขนาดนี้ต้องขออนุญาตใช้น้ำขนาดใหญ่ เพราะใช้ท่อขนาดใหญ่ 6 นิ้ว และสูบทั้งคืน แต่บริษัทกลับไม่ทราบว่าใช้น้ำเท่าไหร่ ดังนั้นควรแนะนำให้ติดมิเตอร์จะได้รู้ว่าใช้น้ำเท่าไหร่ และควรเอาเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อให้มีการทำแผนโดยเอาวิศกรมาคำนวณต่อชั่วโมง วันนี้ทั้งหมดยังไม่ได้ขอใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งหน่วยงานด้านปกครองควรให้เขาปฏิบัติอย่างถูกต้อง และการใช้น้ำควรทำประชาคมด้วย.

 

บทความแนะนำ