อัยการกรุงเก่ายันนายทุนล้มสัญญาเช่าที่นาเจรจายุติได้

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2552 เวลา 18:33 น.

โพสต์ทูเดย์ - อัยการ สคช.เผย ปัญหาข้อพิพาทการบอกเลิกการเช่าที่นาระหว่างนายทุนเเละชาวนาเจรจาหาข้อยุติได้

   น.ส.บงกชทิพย์  เสรีเลิศวิวัฒน์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จ.พระนครศรีอยุธยา(สคช.) กล่าวว่า ปัญหาข้อพิพาทที่นาระหว่างชาวนาและเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นบริษัทเอกชน เนื่องมาจากเจ้าของที่ดินขอจัดระเบียบการเช่าที่ดินและบางแปลงนามีการขอคืนที่นา ซึ่งมีหลายเรื่องที่ทาง สคช.ได้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการไกล่เกลี่ยปัญหาให้ยุติลง ทั้งนี้ ในจำนวนที่นาผืนใหญ่หลายพันไร่  พบว่าสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จแล้ว 2 กรณี โดยกรณีแรกการเจรจาปัญหาที่นาในเขต ต.ลาดชิด และ ต.คลองตะเคียน อ.ผักไห่ จำนวน 1,400 ไร่ ของบริษัทเสนา พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งมีบุคคลอ้างตัวเป็นผู้รับมอบอำนาจทางกฎหมายเข้าไปดำเนินการจัดระเบียบการเช่าที่นา โดยยกเลิกการเช่าและจะทำสัญญาการเช่าใหม่ ทำให้ชาวนาเกือบ 40 ราย เดือนร้อน เพราะไม่แน่ใจว่าจะได้สิทธิ์การเช่าที่นาและได้เช่าพื้นที่เท่าเดิมหรือไม่ อีกทั้งจะต้องจ่ายค่าเช่าเท่าใด

   ผลการเจรจาบริษัทเอกชนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง แสดงเจตนาชัดเจนที่จะช่วยเหลือชาวนาให้ทำกินได้ตามเดิม และยืนยันว่าไม่ต้องการที่นำที่ดินไปทำอะไร แต่เมื่อมีนายหน้า หรือผู้รับมอบอำนาจ มาทำสัญญาเช่าที่ดินทั้งหมดไปแล้ว ต่อไปก็ต้องบริหารจัดการเช่าที่ดิน และชาวนาเก่าที่เคยทำกินต้องได้สิทธิเช่าที่ดินต่อไปและได้พื้นที่คงเดิมทุกประการ และเสียค่าเช่าตามที่ทั้งฝ่ายตกยอมและพร้อมใจ ที่สำคัญบริษัทก็ไม่มีโครงการจะนำที่นาทั้งหมดไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น และประสงค์ให้ชาวนาได้เช่าทำนาเหมือนเดิม อีกทั้งอนาคตชาวนาสามารถรวมกลุ่มตั้งเป็นชุมชนหรือสหกรณ์ เพื่อทำสัญญาเช่าที่นาโดยตรงกันบริษัทได้เช่นกัน

   น.ส.บงกชทิพย์  กล่าวอีกว่า กรณีที่สอง คือ การเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ดินซึ่งเป็นที่นาจำนวนเกือบ 5,000 ไร่ ในเขตรอยต่อระหว่าง อ.บางบาล , อ.เสนา และ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุด บริษัท เทอราโกร จำกัด และ บริษัท ชลิตรลาภ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กับชาวนาผู้เช่าจำนวน 70 กว่ารายอัตราค่าเช่า 700 บาท/ไร่ / ปี โดยบริษัทขอเบิกเลิกการเช่าและขอที่นาคืน

   โดยผลการเจรจาได้ข้อยุติว่าชาวนาผู้เช่าจำนวน 70 ราย ยินยอมออกจากที่ดินที่เป็นข้อพิพาทดังกล่าวทั้งหมดภายในวันที่ 30 ก.ย. 2554  หรือ 2 ปีข้างหน้า และจะไม่เรียกร้องใดๆ อีก สำหรับในปีสุดท้ายคือปี 2554 ทางบริษัทจะยกเว้นการเก็บค่าเช่าที่ดินทำกิน เพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ต้องโยกย้าย  และหากบริษัทนำที่ดินข้อพิพาทมาดำเนินการปรับปรุงเป็นพื้นที่การเกษตรแปลงใหญ่ตามที่แผนการพัฒนาพื้นที่ดินของบริษัท  เช่นการทำนาปรัง เมื่อบริษัทต้องใช้แรงงานหรือว่าจ้างแรงงาน จะต้องพิจารณาจ้างแรงงาน จากสมาชิกคนในครอบครัวของผู้เช่าที่นาที่รื้อย้ายจำนวน 70 ครัวเรือนนี้เป็นอันดับแรก และจะให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม

   “ สำหรับกรณีข้อพิพาทการเช่าที่นากว่า 2,200 ไร่ในเขต อ.นครหลวงระหว่างผู้รับมอบอำนาจทางกฎหมายจากบริษัทเอกชนเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่นา กับชาวนาผู้เช่า 50  ราย ที่ผู้รับมอบอำนาจห้ามไม่ให้ชาวนาเข้าไปเก็บเกี่ยวข้าวและพยายามขอเบิกเลิกสัญญานั้น ทาง สคช.กำลังให้ความสนใจเพื่อจะเข้าดำเนินการช่วยเหลือให้สามารถเจรจาหาข้อยุติที่ทุกฝ่ายพอใจ”น.ส.บงกชทิพย์  กล่าว

 

 

ข่าวอื่นๆ