พี่น้องสองตำบล++ โมเดลรวมกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่น่าสน

วันที่ 09 เม.ย. 2559 เวลา 09:22 น.
พี่น้องสองตำบล++ โมเดลรวมกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่น่าสน
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

ก่อนจะพูดถึงกลุ่มพี่น้องสองตำบล++ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ตัวอย่างแห่งสามพราน ต้องกล่าวถึง “สามพรานโมเดล” ต้นแบบการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ จ.นครปฐม เพื่อให้ผู้คนได้รับประทานอาหารปลอดสารพิษและเปลี่ยนวิถีชีวิตเกษตรกรให้มีความปลอดภัยจากสารเคมี โดยกว่า 5 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันสามพรานโมเดลเติบโตอย่างเข้มแข็ง หนึ่งในกลุ่มเกษตรกรภายใต้สามพรานโมเดลที่เติบโตอย่างแข็งแรงดุจเดียวกันก็คือกลุ่มพี่น้องสองตำบล++

นี่คือหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ต้นแบบ ภายใต้การนำของ อรุณี พุทธรักษา เกษตรกรวัย 42 ปี อดีตเอ็นจีโอพัฒนาชุมชนก่อนผันชีวิตมาเป็นเกษตรกร ปลูกผักแบบอินทรีย์กินเองที่บ้าน เมื่อปี 2549 แรกปลูกเพื่อกินเองในครอบครัวก่อน เหลือกินก็นำไปขาย ต่อมาได้เข้ามาขายผักไร้สาร ที่ตลาดสุขใจ ตลาดใหญ่ของ จ.นครปฐมที่ขายผลิตผลปลอดสารเคมี และได้รับการติดต่อจากโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ ให้ส่งผักให้ห้องอาหาร แม้เป็นช่องทางการตลาดที่ดีแต่ด้วยตัวคนเดียวคงทำไม่ได้

อรุณีฉุกใจคิดถึงคนในชุมชน กลุ่มเพื่อนเกษตรกรเครือข่ายที่ทำเกษตรวิถีอินทรีย์เหมือนกัน ได้นัดมาหารือเพื่อรวมกลุ่มปลูกผักในที่สุดระดมสมาชิกได้กว่า 20 คน และเริ่มปลูกผักกันอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ใช้ชื่อกลุ่มพี่น้องสองตำบล ภายใต้เงื่อนไขปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด วางแผนการปลูกอย่างรัดกุม แต่ละเดือนจะต้องประชุมกันระหว่างสมาชิกและเชฟ วางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับฤดูกาล

“ผักบุ้งปลูกยากหากไม่ใช้เคมี แต่เราก็พยายามหาวิธีปลูกแบบอินทรีย์ โรงแรมระบุความต้องการครั้งละ 20 กิโลกรัม แต่ละครั้งห่างกัน 3 วัน เราก็มาเฉลี่ยสมาชิก 5 คนตัดขายให้ได้คนละ 6 กิโลกรัม เหลืออีก 10 กิโลกรัมนำไปขายที่ตลาดกำแพงแสน อย่างนี้เป็นต้น หรือพืชผักอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ต้องมาวางแผนการปลูก จัดสรรปันส่วนให้กับลูกกลุ่ม”

การรวมกลุ่มถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เกิดระบบตรวจสอบกันเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้ขบวนการทำอินทรีย์ง่ายขึ้น เพราะการรวมกลุ่มจะช่วยลดงานและเสริมความถนัด เช่น ใครถนัดทำปุ๋ยทำสารชีวภาพก็ทำ แบ่งปันใช้ในหมู่กันเอง สำคัญต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาด

“การรวมกลุ่มทำให้มีความมั่นคงในแง่ของการผลิตและการตลาด ก่อให้เกิดสังคมแห่งการเกื้อกูล คนเฒ่าคนแก่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเด็กรุ่นใหม่ที่ใจรักอาชีพเกษตรมีความหวัง ปลูกแล้วมีที่ขาย มีเพื่อนมีพี่คอยช่วย”

เจนวิทย์ สระทองหน เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 17 ปี เขามองไปข้างหน้าและมุทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ปลูกผักขายตามตลาด หมดบ้างเหลือบ้าง สุขภาพแย่เพราะทำเกษตรแบบใช้สารเคมี แต่พอได้ร่วมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ ชีวิตก็เปลี่ยนไปสุขภาพดีขึ้นและมีความสุขขึ้น มีเพื่อนเกษตรกรรุ่นลุงรุ่นป้ามากประสบการณ์ให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้ การตลาดมั่นคงแน่นอน รายได้ดีกว่าที่ทำแบบตัวคนเดียวไม่รวมกลุ่ม

พี่น้องสองตำบล++ หมายถึง เกษตรกรในต.ทัพหลวงและห้วยขวาง เครื่องหมายบวกบวกที่ต่อท้ายชื่อหมายถึงการขยายเครือข่ายออกไปสู่พี่น้องเกษตรกรตำบลอื่นในอนาคต เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีสมาชิกใหม่ในอีก 3 ตำบล คือหนองงูเหลือม ตากล้อม และทุ่งขวาง ผลผลิตส่วนใหญ่ขายให้โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์และขายปลีกที่ตลาดสุขใจ สร้างรายได้ต่อเดือน 7 หมื่น-1 แสนบาท ถือเป็นต้นแบบที่เข้มแข็ง ได้รับการยอมรับจากเพื่อนเกษตรอินทรีย์ด้วยกัน รวมถึงตลาดเกษตรอินทรีย์ระดับโลก

ล่าสุดกลุ่มผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นานาชาติ  (IFOAM-International Federation of Organic Agriculture Movements) และผ่านระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS-Participatory Guarantee  Systems) ปัจจุบันอรุณีใช้บ้านของตัวเองเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ ให้ความรู้เรื่องการปลูกผักอินทรีย์ เป็นที่ศึกษาดูงานสำหรับผู้สนใจอยากทำเกษตรอินทรีย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แหล่งเรียนรู้สะท้อนให้เห็นถึงสังคมเกษตรแห่งการเกื้อกูล สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างสุขภาพที่ดีให้กับทุกคน ที่สำคัญคือการคืนสมดุลให้ธรรมชาติ สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์เรียนรู้ เบอร์ 08-1665-1374