"อาสาไฟป่า"ภารกิจปั่นเฝ้าระวังหมอกควัน

วันที่ 10 มี.ค. 2559 เวลา 11:38 น.
"อาสาไฟป่า"ภารกิจปั่นเฝ้าระวังหมอกควัน
โดย...อินทรชัย พานิชกุล 

ฤดูแล้งแวะเวียนมาอีกครั้ง พร้อมความรู้สึกตื่นตัวต่อปัญหาหมอกควันอันเป็นวิกฤตที่ชาวเชียงใหม่ต้องเผชิญอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ภาพควันไฟจากการเผาตอซังข้าวโพดและหาของป่าลอยปกคลุมท้องฟ้า แลดูขมุกขมัวน่ากลัว ส่งผลให้ทัศนวิสัยของเมืองย่ำแย่ ผู้คนล้มป่วยด้วยโรคที่แฝงมากับฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ยอมรับว่า เชียงใหม่ประสบปัญหาจากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าเกือบทุกปี แต่ปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากมีการบูรณาการของหน่วยงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และชุมชน

"ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าของเชียงใหม่ถือว่าดีขึ้นทุกปี จากปี 2556 ที่มีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานถึง 25 วัน ก่อนลดลงเหลือ 21 วันในปี 2557 และลดลงเหลือ 17 วันในปีที่ผ่านมา ปีนี้มีการตั้งศูนย์แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า ติดตามเรื่องการทำแนวกันไฟ การสร้างความรู้แก่ประชาชน สถานการณ์ Hot Spot หรือจุดที่มีความร้อนเกิน 50 องศาเซลเซียสแบบวันต่อวัน พร้อมส่งชุดลาดตระเวนลงพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันไฟ นอกจากนี้ยังประกาศห้ามชาวบ้านเผาในช่วง 60 วันอันตราย ตั้งแต่ 15ก.พ.-15 เม.ย. ใครฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย"

ที่เรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากคือ เครือข่ายนักปั่นจักรยานในเชียงใหม่กว่าร้อยชีวิตอาสาเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันครั้งนี้ด้วย

สมชาย สังขิริ สมาชิกชมรมจักรยานเชียงใหม่วันอาทิตย์ เล่าว่า เชียงใหม่ถือเป็นสถานที่ปั่นจักรยานในฝันของนักปั่นทั่วประเทศ เนื่องจากธรรมชาติงดงาม ทั้งน้ำตก ลำธาร ป่าเขาดงดอย ขณะเดียวกันกลุ่มจักรยานในเชียงใหม่มีมากมายหลายกลุ่ม จำนวนนับพันคน ทุกคนล้วนมีหัวใจสีเขียว เปี่ยมด้วยจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

"กลุ่มจักรยานถือเป็นแนวหน้าที่ผ่านไปประสบพบเจอการเผาป่า หรือกลุ่มควันไฟตามพื้นที่ชนบท ตามป่าเขาทุรกันดาร พวกเรามีอยู่ทุกอำเภอ เหมือนมดที่กระจัดกระจายกันไปทุกซอกทุกมุม จึงเหมาะสมกับตำแหน่งแนวหน้าในการช่วยระงับเหตุไฟป่า"

นักปั่นรายนี้ บอกว่า สองสามปีที่ผ่านมาช่วงสถานการณ์หมอกควันหนักๆ คนปั่นจักรยานต่างพากันงดออกมาปั่นชั่วคราว เพราะทัศนวิสัยแย่มองทางไม่เห็น แสบตา เกิดอาการหอบหืด บางคนถึงขั้นล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ

"ทุกวันนี้สังคมตื่นตัวต่อปัญหาหมอกควันไฟป่ามากขึ้น กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเผาก็ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ดังนั้นขอให้ตระหนักว่าทุกครั้งเวลาที่คุณเผา เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมอำเภอ เพื่อนร่วมจังหวัดหมายถึงคนเชียงใหม่ด้วยกันย่อมได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า อยากให้งดเผาแล้วเปลี่ยนมาใช้วิธีนำเศษใบไม้ใบหญ้ามาทำปุ๋ยหมักดีกว่า"

มนัส โลเกศนวคุณ สังกัดชมรมจักรยานวันอาทิตย์ เจ้าของรถจักรยานติดลำโพงเปิดเพลงรณรงค์แก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าไม่ต่างจากตู้เพลงเคลื่อนที่ บอกว่า ปั่นจักรยานรณรงค์ให้คนตระหนักถึงปัญหาการเผาป่ามาหลายปีแล้ว

"ทุกครั้งที่ปั่นก็เปิดเพลงรณรงค์เรื่องปัญหาหมอกควันออกลำโพง พูดใส่ไมโครโฟนประกาศให้ชาวบ้านตระหนักถึงปัญหาหมอกควันจากการเผา แรกๆ คนหัวเราะกันใหญ่ หลังๆ เปลี่ยนเป็นยกนิ้วโป้งให้กำลังใจ หน้าที่ผมคงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่การลงมือทำแม้เพียง 1% ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย"

เถาวัลย์ แก้วกันทา ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเชียงใหม่ ทิ้งท้ายว่า กิจกรรมรณรงค์ “อาสาดับไฟป่า (Fire Volunteer)” ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเครือข่ายนักปั่นจักรยานทั่วเมืองเชียงใหม่ ทุกกลุ่มล้วนมีความสามัคคี ที่สำคัญคือ อยากมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกับทางภาครัฐด้วย

"เราเชิญชวนอาสาสมัครมาร่วมปั่นจักรยานรณรงค์แก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า อย่างวันนี้ต้องการแค่ 30 คน แต่มากันเป็นร้อย ที่ผ่านมาเรารวมตัวกันปั่นจักรยานท่องเที่ยว ทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพช่วยเหลือสังคมนับครั้งไม่ถ้วน คราวนี้ขออาสาเป็นแนวหน้าเฝ้าระวังไฟป่า ด้วยการรณรงค์ให้ประชาชนแจ้งสายด่วน 1362 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หากพบเห็นการเผาป่า หรือควันไฟ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่ามาทำการดับไฟ เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอาจดูไม่ทั่วถึง พวกเรานักปั่นจึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ"

แม้วันนี้ยังมาไม่ถึงครึ่งทางของสถานการณ์หมอกควันไฟป่า ทว่าเมื่อดูจากการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มจักรยาน ตอกย้ำความมั่นใจว่าปีนี้น่าจะดีขึ้นกว่าปีก่อน