ก่อนจะสูญแผ่นดิน... สร้างอาชีพนักโทษ ฝึกแทงหยวก ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ

วันที่ 13 ก.พ. 2559 เวลา 08:56 น.
ก่อนจะสูญแผ่นดิน... สร้างอาชีพนักโทษ ฝึกแทงหยวก ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ
เรื่อง... เอกชัย จั่นทอง ภาพ... ทวีชัย ธวัชปกรณ์

สังคมมักตีตรา “คุก” เป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรม ทั้งการสร้างเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงการฝึกทักษะพัฒนาฝีมือพวกงัดแงะโจรกรรมรถก็ได้วิชาเพิ่มเติมออกจากคุกในช่วงที่ถูกคุมขังจนมากลายเป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือผิดวัตถุประสงค์ ผิดเป้าหมายของเรือนจำที่ต้องควบคุมบุคคลเหล่านี้ไม่ให้เป็นภัยต่อสังคมได้อีก ดังนั้นการอบรมขัดเกลาให้คนผิดกลับมาเป็นสุจริตชนย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เช่นเดียวกับเรือนจำพิเศษธนบุรี ถนนเอกชัย-บางบอน เขตบางบอน กทม. ได้จัดทำโครงการฝึกอาชีพช่างสลัก (แทงหยวก) หลักสูตร 300 ชั่วโมง ให้กับผู้ต้องโทษซึ่งเป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ถือว่าเป็นเรือนจำแห่งแรกในประเทศไทยที่นำหลักสูตรการสอนแทงหยวกมาฝึกสอนให้กับผู้ต้องโทษ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กนก กรุณามิตร ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษธนบุรี กับ วุฒิศักดิ์ ศรีเสมาเมือง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง)

ผบ.กนก บอกจุดเริ่มต้นถึงแรงบันดาลใจในการจัดทำโครงการฝึกอาชีพช่างสลัก (แทงหยวก) ว่า ช่วงที่นั่งดูโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ได้นำเสนอรายการวิธีแทงหยวก ครั้งแรกที่เห็นในทีวีจึงรู้สึกชอบเพราะมันสวยงามมาก และเป็นงานศิลปะที่กำลังจะสูญหายไป จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะนำการเรียนแทงหยวกมาถ่ายทอดให้กับผู้ต้องโทษ พอดีไปสอดคล้องกับวิทยาลัยในวัง ที่ต้องการอนุรักษ์สืบสานงานแทงหยวก จึงได้พูดคุยกับผู้อำนวยการวุฒิศักดิ์ จนเกิดเป็นโครงการฝึกวิชาชีพช่างสลักขึ้น

เรือนจำพิเศษฯ จึงเปิดรับสมัครนักโทษที่สนใจเรียนช่างแทงหยวก คัดเลือกผู้ต้องขังมา 15 คน วัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เคยรับสั่งให้วิทยาลัยในวังฝึกอบรมวิชาชีพช่างแทงหยวกให้กับเยาวชนหรือผู้ต้องขัง เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาและมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของบรรพบุรุษไว้ไม่ให้สูญหาย อีกทั้งงานแทงหยวกเป็นหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ และเป็นการต่อยอดอาชีพให้กับผู้ต้องขังในอนาคต

ผบ.กนก ระบุต่อว่า ส่วนวิธีการฝึกสอนผู้ต้องขังนั้น ทางเรือนจำได้วิทยากรครูภูมิปัญญาจากวิทยาลัยในวัง อย่าง พ.อ.อ.สุรเดช เดชคง ครูภูมิปัญญาไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่รู้จักในวงการแทงหยวก งานแทงหยวกนับเป็นงานศิลปะโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันเหลือช่างฝีมืองานแทงหยวกไม่มากนัก  พ.อ.อ.สุรเดช หรือพ่อครู นับเป็นหนึ่งในช่างแทงหยวกที่ยังเหลืออยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะช่างแทงหยวกสกุลอ่างทอง วันนี้พ่อครูกำลังทำหน้าที่เป็นวิทยากรในฐานะผู้สืบสานงานแทงหยวกให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ ตามโครงการฝึกวิชาชีพช่างสลักงานแทงหยวก

พ่อครู เล่าขั้นตอนการสอนวิธีแทงหยวกให้ผู้ต้องโทษว่าระยะเวลาการสอนจำนวน 300 ชั่วโมง จะทำให้เด็กเหล่านี้เกิดความเชี่ยวชาญ โดยปกติทั่วไปจะสอนเพียง 30 ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับรูปแบบการสอนเริ่มต้นตั้งแต่การทำมีดแทงหยวก การจักตอก กระบวนการลอกกาบกล้วยไม่ให้แตก การคัดเลือกต้นกล้วยที่จะนำมาแทงเป็นลวดลาย รวมถึงการรักษาต้นกล้วย

ถัดมาเป็นเรื่องการวาดลวดลายจนเกิดความคล่องแคล่ว ตามลายขั้นพื้นฐานการแทงหยวกทั่วไป เช่น ลายฟันปลา ลายฟันสามฟันห้า ลายเสา ลายน่องสิงห์ แม่กระดาน ฯลฯแต่ช่างสกุลอ่างทองมีความพิเศษ ได้สอนลวดลายเพิ่ม อาทิ เกสรบัว กลีบบัว กระจังตาอ้อย กระจังตารวน ทั้งหมดเป็นลายพื้นฐานที่ผู้ต้องโทษต้องศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติจริง

“ยอมรับว่าผู้ต้องโทษที่ทางเรือนจำส่งมาเรียนในโครงการนี้ เรียนรู้ไวและเข้าใจในงานศิลปะแทงหยวกทั้งที่ไม่มีพื้นฐานงานช่างสลักกันมาก่อนหน้าเลย เพียง 1 อาทิตย์ เด็กเหล่านี้สามารถแทงหยวกลายต่างๆ กันได้บ้างแล้ว นับว่าเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว” พ่อครู เล่า

พ.อ.อ.สุรเดช สำทับต่อไปว่า การฝึกเรียนแทงหยวกไม่ใช่เพียงได้ทักษะหลักการทำเท่านั้น แต่ยังช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ผู้ต้องโทษอดทนและใจเย็นต่อปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นยาวิเศษแขนงหนึ่ง  ทั้งนี้เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษยังสามารถนำความรู้ในวันนี้ไปต่อยอดประกอบอาชีพได้อย่างสุจริต ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าอาชีพแทงหยวกทุกวันนี้แทบจะสูญหายไปจากประเทศไทย เนื่องจากไม่มีใครสืบทอด เด็กรุ่นใหม่ๆ ก็ไม่มีใครมานั่งเสียเวลาทำงานแบบนี้

“ที่ผ่านมามีคนพูดกับผมว่าจะไปทำให้เสียเวลาทำไม นั่นทำให้ผมคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้คนกลุ่มนั้นเข้าใจงานแทงหยวกว่าคืออาชีพหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ ยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมอันสวยงามของประเทศไว้ให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานได้ศึกษากัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนผมก็จะขอทำการแทงหยวกเหมือนเดิม เพราะทั้งชีวิตกว่า 30 ปี ผมอยู่กับการแทงหยวกมาตลอดปัจจุบันอายุ 59 แล้ว”พ.อ.อ.สุรเดช กล่าว

พ่อครู แสดงความเห็นเกี่ยวการแทงหยวกในอนาคตว่าอาจารย์เชื่อว่าไม่นานการแทงหยวกต้องสูญหายอย่างแน่นอน เพราะทุกวันนี้คนแทงหยวกมีอยู่น้อยมาก ศิลปะแทงหยวกบ่งบอกถึงงานศิลปะโบราณ นับเป็นงานโบราณชิ้นหนึ่ง อีกทั้งยังบ่งบอกถึงความละเอียดอ่อนในสมัยอดีตด้วย ดังนั้นการที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด บางครั้งอยากจะฝากถึงผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยกันอนุรักษ์งานแทงหยวกไว้ ควรมีการทำหลักสูตรเรียนและสอนให้กับเด็กๆ เพื่อปูพื้นฐานงานแทงหยวก

ปัจจุบันงานแทงหยวกเป็นหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ ในสาขาช่างสลัก โดยมักใช้ประดับตกแต่งในงานต่างๆ เช่น งานพระราชพิธี งานบวช งานแต่ง งานไหว้ครู สามารถตกแต่งร่วมกับงานเครื่องแขวน และงานบายศรีสู่ขวัญได้อย่างสวยงาม บางครั้งคนไปมองว่าใช้แต่ในงานศพเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น คนเข้าใจผิดกันไปเอง

พ่อครู ยังบอกอีกว่า การแทงหยวกในอดีตจะมีประเพณีที่เกี่ยวกับการแทงหยวกอยู่แค่ 2 อย่างเท่านั้น คือ การโกนจุกและการเผาศพ งานโกนจุกหรือประเพณีการโกนจุกจะมีการจำลองเขาพระสุเมรุตามความเชื่อ พร้อมกับแต่งภูเขาด้วยรูปสัตว์ ส่วนภูเขาพระสุเมรุจะตั้งอยู่ตรงกลางร้านม้า ซึ่งจะใช้ไม้ทำเป็นโครงสร้างก่อนจะหุ้มด้วยหยวกกล้วยแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ

พ่อครู เล่าต่อว่า สำหรับงานประเพณีการเผาศพนั้นก็ทำในลักษณะคล้ายกัน โดยการทำโครงสร้างให้แข็งแรงทำจากไม้ก่อนจะประดับหยวกกล้วยที่แกะสลักแล้ว ซึ่งผู้แทงหยวกต้องมีความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง เนื่องจากการแทงหยวกส่วนใหญ่จะไม่วาดลวดลายลงไป แต่จะใช้มีดที่คมแทงลงไปตามลายที่ต้องการเลย  จึงเรียกว่า “การแทงหยวก”ประกอบกับมีดที่ใช้มีปลายเเหลม เมื่อพิจารณาดูแล้วก็เหมาะสมที่จะเรียกว่าแทงหยวก

ทว่า ผลงานที่ประจักษ์มากมายของ พ.อ.อ.สุรเดช อย่างเช่นงานแทงหยวกในงานวัฒนธรรมอาเซียนเมื่อปี 2557 ล่าสุดแทงหยวกงานหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน ที่เพิ่งมรณภาพไป

เช่นเดียวกับผู้ต้องโทษที่มีโอกาสได้ฝึกวิชาชีพแทงหยวก นช.ธนาวุธ ทิมจำลอง ผู้ต้องโทษคดีพรากผู้เยาว์ ต้องโทษ 6 ปี ที่ได้เข้าโครงการฝึกอาชีพช่างสลัก (งานแทงหยวก) บอกว่า อยากมีอาชีพติดตัวไปเมื่อพ้นโทษ จึงได้เข้าสมัครโครงการนี้ ยอมรับว่าไม่มีพื้นฐานงานช่างสลัก ได้เรียนครั้งแรกถือว่ายากพอสมควร แต่ก็ดีเพราะมันมีคุณค่ากับเราในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเฉยๆ เอาเวลาว่างมาศึกษาหาความรู้

“ภูมิใจที่ได้เรียนการแทงหยวก เพราะรู้ว่าเป็นงานที่ไม่มีคนอยากทำมันยุ่งยาก ต้องมานั่งอดทน แต่สำหรับผมก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ” นช.ธนาวุธ เผยความรู้สึก

นช.เกียรติศักดิ์ สักดู ผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์ ต้องโทษ 1 ปี 6 เดือน บอกเหตุถึงการฝึกอาชีพว่า ต้องการเก็บประสบการณ์การทำงาน เรียนรู้เพื่อนำไปทำเป็นอาชีพเมื่อพ้นโทษ อีกทั้งดีใจเมื่อรู้ว่าการแทงหยวกนั้นสำคัญอย่างไร เพราะอาจารย์ที่สอนเล่าให้ฟังว่า ศิลปะการแทงหยวกนับวันเริ่มไม่มีใครสืบสานต่อ นั่นทำให้ผมรู้สึกดีใจว่าเราจะได้เป็นคนที่อนุรักษ์งานแทงหยวกไว้ แม้จะยากแค่ไหนก็ต้องเรียนให้จบ เพราะตอนที่อยู่ข้างนอกก็ไม่มีงานทำ จึงหวังนำแนวความรู้ที่ได้เรียนจากเรือนจำไปหารายได้

ไม่ต่างจาก นช.ทวีรัชต์ แจ้งสว่าง ผู้ต้องโทษคดีพกพาอาวุธปืน ต้องโทษ 3 ปี กล่าวว่า เห็นทางเรือนจำเปิดประกาศรับสมัครผู้ต้องโทษฝึกอาชีพ เลยตัดสินใจลองดู ก็ได้ผ่านการคัดเลือกมา ไม่ได้มีพื้นฐานอะไร เป็นการเรียนครั้งแรก ตอนนั้นคิดในใจว่ามันอาจจะยาก แต่ก็ไม่ใช่เหมือนอย่างที่คิดไว้ ตอนนี้พอทำได้แล้วบางลาย

“แทงหยวกมันช่วยฝึกสมาธิผมมากนะ ถือว่าดีมากๆ เลย เพราะการทำงานพวกนี้แต่ละครั้งต้องนิ่งสงบ มีสมาธิ ไม่อย่างนั้นจะเสียงาน และลืมลวดลายที่เราจะแทงลงบนหยวกกล้วย ผมใจเย็นขึ้นเยอะมาก อาจารย์ที่สอนก็ใจดี ที่สำคัญต้องขอบคุณทางเรือนจำที่นำสิ่งดีๆ มาให้กับผู้ต้องขังอย่างพวกผม พ้นโทษไปครั้งนี้จะไม่ขอกลับมาอีกแล้ว” นช.ทวีรัชต์ ระบุ

ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษธนบุรี ระบุด้วยว่า ที่นี่เป็นเรือนจำแห่งแรกที่ได้นำการแทงหยวกมาฝึกสอนให้กับผู้ต้องโทษภายในเรือนจำ ซึ่งตรงกับพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรือนจำแห่งนี้มีงานช่างสิบหมู่ครบหมด ล้วนแล้วมาจากฝีมือของผู้ต้องขังในเรือนจำทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการสร้างรายได้จากงานฝีมือต่างๆ นำขายออกสู่ตลาดภายนอกซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ด้วย เช่น ภาพวาด รูปปั้น เป็นต้น

เมื่อผู้ต้องโทษเรียนครบ 300 ชั่วโมง ทางเรือนจำจะยังให้ผู้ต้องโทษเรียนต่อไป โดยให้ผู้ต้องโทษทั้ง 15 คนชุดแรก เป็นผู้ถ่ายทอดวิธีการแทงหยวกให้กับรุ่นต่อไปเรื่อยๆ นอกจากนี้การเรียนโครงการฝึกอาชีพยังมีผลต่อการลดหย่อนโทษให้กับผู้ต้องขังอีกด้วย

ผบ.กนก กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อผู้ต้องโทษเรียนการแทงหยวกจนเป็น หากพ้นโทษออกไปแล้ว ทางเรือนจำจะประสานไปทางวิทยาลัยในวังว่า “มีผู้ต้องโทษคนนี้พ้นผิดแล้วนะ” ทางวิทยาลัยก็จะเรียกให้คนเหล่านั้นไปเป็นตัวคูณ หรือวิทยากรเพื่อถ่ายทอดความรู้การแทงหยวกขณะฝึกอยู่ในเรือนจำให้กับคนอื่นๆ อีก รวมถึงยังได้มีอาชีพหลังพ้นโทษ

งานช่างแทงหยวกเป็นงานช่างฝีมือดั้งเดิมอีกแขนงหนึ่งที่กำลังจะสูญหายไปจากสังคมไทยเพราะความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา และสภาพของสังคมไทยที่รับเอาวัฒนธรรมของชาติอื่นเข้ามาใช้ ส่งผลให้วัฒนธรรมดั้งเดิมนี้กำลังสูญหายไปในที่สุด

เรือนจำพิเศษธนบุรี

สำหรับเรือนจำพิเศษธนบุรี ถือเป็นเรือนจำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้ต้องขังกว่า 6,000 คน กระจายไปยังแดนคุมขังตามประเภทของนักโทษทั้งสิ้น 6 แดน    ประกอบไปด้วยแดน1 เป็นแดนควบคุมผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย แดน 2 เป็นแดนความมั่นคงสูง (คดีอุกฉกรรจ์) แดน 3 เป็นแดนควบคุมผู้ต้องขังคดียาเสพติด แดน 4 เป็นแดนควบคุมผู้ต้องขังคดีตัดสินเด็ดขาดแล้ว แดน 5 เป็นแดนควบคุมผู้ต้องขังเข้าใหม่และเป็นศูนย์พัฒนาพฤตินิสัย และแดน 6 เป็นแดนควบคุมผู้ ต้องขังคดีทั่วไป

ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2537 ด้วยเงินงบประมาณของทางราชการจำนวน 691,927,000 บาท บนที่ดินจำนวน 99 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ซื้อจากสำนักงานที่ดินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อรองรับผู้กระทำผิดอาญาในพื้นที่เขตฝั่งธนบุรีทุกคดีความ โดยรับตัวผู้ต้องขังโดยตรงจากศาลอาญาธนบุรี ศาลแขวงธนบุรี และศาลจังหวัดตลิ่งชัน

โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบ มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลและคำสั่งลงโทษของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขฟื้นฟูให้ผู้ต้องขังสำนึกผิดและมีความพร้อมที่จะประพฤติตนเป็นพลเมืองดีประกอบอาชีพสุจริตและอยู่ร่วมกับสังคมภายนอกได้เมื่อพ้นโทษไปแล้ว