"โคม"ยันโจรใต้ขอเปิดโต๊ะเจรจาสงบศึก

วันที่ 24 ก.ค. 2553 เวลา 20:05 น.
ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดลยันผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขอเปิดเจราจา

นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวภายหลังการจัดเวทีเสวนาชุมชนสันติปัตตานีร่วมกับกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ที่โรงเรียนหว้ากอวิทยาลัย ต.บ่อนอก อ.เมืองจ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ต้องการเห็นการปรับเปลี่ยนวิธีการแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของผู้ที่กำลังต่อสู้ด้วยอาวุธทั้ง 2 ฝ่าย มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ มาใช้หลักการบริหาร การคลี่คลายความยขัดแย้ง ซึ่งแต่เดิมใช้กำลังเป็นหลักมาใช้สติปัญญา ความเมตตา เห็นอกเห็นใจกัน แต่ไม่ต้องกดดันภาครัฐหรือฝ่ายผู้ก่อการให้ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ต้องการโน้มน้าวให้เกิดการฉุกคิดทบทวนของทั้ง 2 ฝ่ายที่ต้อสู้กันด้วยอาวุธมีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 4,000 คน สำหรับแนวโน้มที่จะเกิดความสงบหากประเมินขณะนี้ถือว่าเร็วเกินไป แต่ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณว่าฝ่ายผู้ก่อการอาจจะมีการเจรจาส่วนรัฐบาลยืนยันว่าไม่เจราจา แต่ถ้าเป็นการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการในระดับรองๆลงไป ก็อาจจะรับเงื่อนไขได้ และ ในที่สุดความขัดแย้งที่ต้องใช้อาวุธจะคลี่คลาย

โดยกระบวนการทางสันติ ให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เปลี่ยนการแพ้ชนะมาหาทนทางตอบสนองความต้องการที่แท้จริง  ที่ผ่านมามีกระแสข่าวการเจรจาที่ถูกมองว่าล้มเหลว แต่ผมมองว่ายังไม่มีการเริ่มเจรจาจริงๆ มีแค่การพูดคุยกันเบื้องต้น เพราะฝ่ายผู้ก่อการไม่แน่ในว่าจะได้ความต้องการพื้นฐานหรือไม่ ในส่วนของภาครัฐต้องการการรักษาบูรณภาพของดินแดน รัฐต้องการความปรองดอง ความสงบ ฝ่ายผู้ก่อการก็ต้องการความสงบเหมือนกัน แต่หลังจากได้รับความยุติธรรม และมีหลักประกันว่าอัตลักษณ์ ความเป็นชาติพันธุ์ยังคงรักษาไว้ได้

ทั้งนี้ รวมทั้งการดำรงวิถีชีวิตของผู้นับถือศาสนาอิสลาม เราก็พอรู้ว่าอะไรคือความต้องการพื้นฐานของแต่ละกลุ่ม เพียงแต่คุยกันโดยเคารพ และสนองความต้องการของอีกฝ่ายก็คุยกันได้ และนักการเมืองทุกระดับก็ควรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ไม่ควรกีดกันออกไปจากระบวนการเป็นอันขนาด

" ส่วนการทำหน้าที่ของทหารที่ถูกมองว่าต้องการให้มีสถานการณ์ต่อเนื่อง เพื่อใช้งบลับ หรือมีอำนาจการต่อรองกับรัฐบาล เรื่องนี้อย่าด่วนสรุปหรือกล่าวโทษ ผมขอให้คนที่คิดแบบนี้ปล่อยวาง อย่าเห็นว่าทหารหรือฝ่ายผู้ก่อการมีเจตนาทำให้มีความรุนแรงแล้วได้ประโยชน์ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการแก้ไขปัญหา ส่วนความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ผมไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการทั้งหมด แต่มีเหตุปัจจัยหลายอย่าง "นายโคทม กล่าว