รองผบ.ตร.คาดปมฆ่าหนุ่มเกาหลีทิ้งศพชัยภูมิมากกว่าชิงทรัพย์

  • วันที่ 14 ธ.ค. 2558 เวลา 21:14 น.

รองผบ.ตร.คาดปมฆ่าหนุ่มเกาหลีทิ้งศพชัยภูมิมากกว่าชิงทรัพย์

ชัยภูมิ - รองผบ.ตร.ลงพื้นที่ตามคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวเกาหลี คาดลักษณะการฆ่าโหดเหี้ยมเกินกว่าการชิงทรัพย์ เผยอาจมีสาเหตุจากหักหลังธุรกิจ

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วยผบตร. และคณะผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 3 จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.วิสาร์ท  สมปราชญ์  รอง ผบช.ตร.ภ.3 และพล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์  บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าของคดีฆาตกรรม นายลี แจ ฮุน นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ หลังจากที่ชาวบ้านได้พบศพนายลี บริเวณริมถนนในโพงหญ้า ทางเข้าหมู่บ้านกระทุ่มพระ หมู่ 3 ต.บ้านตาล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า หลังจากให้ทุกหน่วยเร่งรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุและสภาพศพชาวเกาหลีใต้ที่เสียชีวิตรายนี้ เบื้องต้นถือว่าการลักษณะการถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เกินกว่าการที่จะมุ่งฆ่าชิงทรัพย์เพียงอย่างเดียวได้ และทรัพย์สินผู้ตายเองคนร้ายก็ไม่ได้เอาไปเลย ซึ่งยังมีการทิ้งกระเป๋าที่มีเอกสารหนังสือเดินทางและบัตรประจำตัว พร้อมโทรศัพท์ผู้ตายทิ้งไว้ใกล้ที่เกิดเหตุจุดพบศพด้วย

"ลักษณะการฆาตกรรมมีการใช้มีดหรือของแข็งมีคมแทงเข้าที่ลำตัว 2 แห่ง และก็เป็นที่น่าสังเกตว่ามีการเปิดเสื้อผู้ตายออกก่อนใช้มีดแทงด้วย ซึ่งไม่ใช่เป็นการแทงผ่านเสื้อผ้า  ก่อนที่จะนำศพมาทิ้งอำพรางที่จ.ชัยภูมิ"พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว

จากการสอบสวนคนขับแท็กซี่ที่เจอผู้ตายเป็นคนสุดท้ายก่อนส่งต่อให้คนขับ จักรยานยนต์รับจ้างอีกคนซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใครนั้น ผู้ตายมีการใช้โทรศัพท์โทรหาเพื่อนชายชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งน่าจะมีการพากันมาทำธุรกิจบางอย่างและอาจเกิดผิดพลาดและหักหลังกันจนมีการตัดตอนฆ่าก็เป็นได้ ซึ่งทางตำรวจจะมุ่งทุกประเด็นและก็ยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งรวมทั้งกรณีที่อาจจะมีการฆ่าชิงทรัพย์ก็อาจจะเป็นไปได้ด้วย

ด้าน บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ระบุว่า นายลี เดินทางจากประเทศเกาหลีใต้เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.58 เวลา 16.35 น.ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจในตัวผู้เสียชีวิตพบตั๋วรถแท็กซี่ระบุว่าขึ้นจาก ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ปลายทางถนนข้าวสาร ซึ่งตรวจสอบแล้วรถคันที่บริการเป็นรถแท็กซี่ที่มี นายอนุชา แซ่ตั้ง เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมืองได้เชิญตัวนายอนุชา มาสอบปากคำและให้การยอมรับว่าได้รับผู้เสียชีวิตจากท่าอากาศยานดอนเมืองจริง แต่เนื่องจากวันเกิดเหตุมีการจัดกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ และมีการปิดการจราจรในบางเส้นทางจึงได้ส่งผู้เสียชีวิตบริเวณป้อมตำรวจใกล้กับถนนข้าวสารแล้วขับรถกลับไปยังที่พักตามปกติ รายละเอียดเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนสอบสวนต่อไป

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ