ญาติรับศพเสี่ยอู๊ด เพื่อนไม่เชื่อกินยาฆ่าตัวตาย

วันที่ 31 ต.ค. 2558 เวลา 14:31 น.
ญาติรับศพเสี่ยอู๊ด เพื่อนไม่เชื่อกินยาฆ่าตัวตาย
พิษณุโลก-ญาติรับศพเสี่ยอู๊ดกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ระยอง ขณะเพื่อนสนิทไม่เชื่อกินยาฆ่าตัวตาย ญาติเดินทางมารับศพเสี่ยอู๊ด หรือ นายสิทธิกร บุญฉิม จากนิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช แล้ว โดยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเสียก่อนเสียชีวิตที่ให้นำศพเผาทันทีแต่อย่างใด โดยนำศพกลับบ้านเกิด ที่ จ.ระยอง บำเพ็ญกุศลตามประเพณี เวลา 08.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม  58ที่อาคารเก็บศพ นิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายชวลิต  บุญฉิมพี่ชายคนโตของเสี่ยอู๊ด หรือ นายสิทธิกร  บุญฉิม อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 3322/137 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  พร้อมน้องชายอีกหนึ่งคนได้เดินทางมาติดต่อรับศพเสี่ยอู๊ดไปที่บ้านเกิดจ.ระยอง โดยช่วงเช้าได้ดำเนินเรื่องเอกสารที่สภ.เมืองพิษณุโลกเพื่อรอนำร่างออกไป พี่ชายคนโตของเสี่ยอู๊ดขอผู้สื่อข่าวอย่าถ่ายภาพตนเองและไม่ประสงค์ให้ออกชื่อ แต่ก็ให้ข้อมูลผู้สื่อข่าวว่า เสี่ยอู๊ดเป็นน้องชายคนที่สามจากพี่น้องทั้งหมด5คน ทราบข่าวน้องเสียชีวิตตอนบ่ายก็เดินทางจากระยองมาพิษณุโลกทันทีตั้งแต่เมื่อวานนี้พร้อมน้องชายอีกคน รู้สึกเสียใจมาก ยิ่งได้เห็นสภาพน้องชายแล้วรับไม่ได้ เสี่ยอู๊ดห่างกับพี่น้องไปนาน  แต่โดยนิสัยเป็นคนที่ชอบทำบุญ เราก็เข้าใจทำให้ห่างกันไปบ้างเพราะตนต้องทำงาน   แต่ในฐานะพี่ชายคนโตก็จะนำร่างน้องชายกลับไปที่บ้านเกิด ส่วนจะดำเนินการพิธีศพอย่างไรก็จะปรึกษาญาติก่อน 

นอกจากพี่ชายคนโตที่เดินทางมารับศพเสี่ยอู๊ดแล้ว ยังมีนางดารุณ คงทรัตน์ หรือ อาจารย์ตุ๊กแก หัวหน้างานแนะแนวโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยาและลูกชายนายเปียโนคงทรัตน์มารับศพที่พิษณุโลกด้วย เป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกับเสี่ยอู๊ดอย่างดี เคยทำงานร่วมกันตั้งแต่ปี2546งานทอดกฐิน จัดงานเยาวชนสร้างสรรต้านยาเสพติด และมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน โรงเรียนบ้านฉาง ที่มอบทุนทั้งระดับม.ต้นจนถึงมหาวิทยาลัยไปแล้ว 57 ทุน โดยระดับมัธยม 18,000 บาท ต่อปี มหาวิทยาลัย 48,000 บาท/ปี/คน เด็กหลายคนเรียนจบ แพทย์  วิศวะ พยาบาล และจบมาเป็นครู  "อยากให้สังคมมองด้านความดีของคุณสิทธิกรบ้าง บริจาคเงินเพื่อการกุศลจำนวนมาก  สร้างโบสถ์ สร้างพระ พัฒนาวัดโรงเรียน ทำคุณงามความดีให้สังคมมากมาย อย่ามองแต่ด้านไม่มี หรือเหตุที่ต้องติดคุกเลย  เขาเป็นคนดีขนาดเด็กๆยังตั้งฉายา เป็นคุณครูไม้บรรทัด  พี่ชายที่แสนดี ผู้ใหญ่ใจดี  เทวดาของน้องๆ  เพราะขออะไรก็ได้  สำหรับตนเองเมื่อทราบข่าวได้เดินทางจาก จ.ระยอง มาที่ จ.พิษณุโลกทันทีเพื่อร่วมรับศพกลับระยอง"นางดารุณ ด้าน นายเปียโน คงทรัตน์ ชาวจ.ระยอง ที่สนิทกับเสี่ยอู๊ดและเดินทางมารับศพด้วย เปิดเผยว่า จะคุยโทรศัพท์และคุยไลน์กับนายสิทธิกรเป็นประจำ ครั้งสุดท้ายคุยไลน์กันเมื่อ,26ตคนายสิทธิกรไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็ง ที่พบถุงยาเป็นถุงยาศูนย์มะเร็งรพ.ลพบุรีที่นายสิทธิกร บริจาคเงินให้ จริง ๆแล้วนายสิทธิกรป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โรคความดัน เดือนกันยายนที่ผ่านมาหยุดกินยาจนถึงกลับเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาล บอกกับตนว่าหยุดกินยา และตนไม่เชื่อว่านายสิทธิกรจะกินยาตาย น่าจะเลือกที่หยุดกินยาโรคประจำตัวมากกว่า ร.ต.ท.อำนาจ  อ่อนปาน ร้อยเวรเจ้าของคดี   เปิดเผยว่า  จากการเสียชีวิตของนายสิทธิกร บุญฉิม ทางน้องคือชาย  นายธวัชชัย  บุญฉิม อายุ 41   ปี  อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 5 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง  ได้นำหลักฐานเอกสารการสั่งเสียของนายสิทธิกรมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน โดยก่อนก่อนเหตุ นายสิทธิกรได้กลับภูมิลำเนา มาหานายธวัชชัยเมื่อต้นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  และได้สั่งเสียให้น้องชายทำตามเดิมก็คิดว่าเป็นการพูดเล่น ๆ เตรียมตัวตาย สั่งห้ามนำศพกลับเมื่อนำในสั่งเสียมาเทียบกับเอกสารที่เขียนในห้องพักในโรงแรมเป็นรายมือเดียวกัน และน้องชายยืนยันเป็นรายมือของนายสิทธิกรพี่ชายของตนเอง ส่วนเรื่องการเสียชีวิตน้องชายไม่ได้ติดใจเหตุการณ์เสียชีวิต เพราะไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายใดใด

ส่วนแนวทางการสอบสวนของตำรวจ แพทย์เป็นแนวเดียวกัน  แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง  ส่วนเรื่องอาการป่วยนายสิทธิกรไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง แต่ป่วยเป็นโรคเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ  โรคความดัน และโรคเบาหวาน  แต่ไปรักษาตัวที่ศูนย์รักษาโรคมะเร็งลพบุรี อีกทั้งนายสิทธิกรอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งนับตั้งแต่ออกจากเรือนจำก็เดินทางไปหลายแห่ง  แต่ตลอดเวลาก็มีการคุยกับน้องชายคนนี้ตลอด  และก่อนเสียชีวิตยังเล่นไลน์กับน้องชาย จนยาออกฤทธิ์ แล้วก็ฟุบไป โดยที่น้องชายก็ไม่ทราบว่าเสียชีวิต