"กิตติ ยงค์สงวนชัย" เศรษฐีใจบุญ...ยิ่งให้ยิ่งรวย

วันที่ 23 ส.ค. 2558 เวลา 08:25 น.
"กิตติ ยงค์สงวนชัย" เศรษฐีใจบุญ...ยิ่งให้ยิ่งรวย
โดย...สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์

คำสั่งสอนของคุณพ่อคุณแม่ที่ กิตติ ยงค์สงวนชัย นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังและเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร “กิตตินคร” จ.สมุทรปราการ ยึดมั่นมาตลอดชีวิต “ตอบแทนบุญคุณสังคม เชื่อว่ายิ่งให้...ยิ่งรวย”

ทำให้นักธุรกิจใจบุญ อย่าง กิตติ เข้าไปลงทุนดำเนินธุรกิจประเภทไหนแล้ว ล้วนประสบความสำเร็จสมดังที่ตั้งใจหวังไว้ทุกประการ ทำให้ปัจจุบันเป็นทั้งนักธุรกิจและนักบริหารงานภายใต้การดูแลกิจการมากกว่า 11 ธุรกิจ แต่ละธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งมั่นคง

กิตติ บอกว่า หลังจากคุณพ่อคุณแม่มอบหมายให้ดูแลธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เมื่อ 30 ปีแล้ว กลยุทธ์การบริหารงานไม่ได้มุ่งเน้นทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์อย่างเดียว แต่ต้องมองลู่ทางลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ด้วย ทำให้ทุกวันนี้ กิตติ เป็นทั้งนักธุรกิจและนักบริหารที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่สิ่งที่กิตติไม่เคยลืมคำสั่งสอนของพ่อแม่นั้นก็คือการทำธุรกิจควบคู่กับตอบแทนสังคม เมื่อมีโอกาสจะต้องรีบทำทันที

“ทุกวันนี้ที่เรามีกินมีใช้ เพราะว่าคนในสังคมช่วยอุดหนุนสินค้าของเรา ดังนั้นเราต้องไม่ลืม ตอบแทนบุญคุณ ของลูกค้าของเรา ไม่ว่าอะไรก็แล้ว เท่าที่สามารถตอบแทนกลับไปได้ ก็จงอย่านิ่งนอนใจ” นี่คือคำสอนของคุณพ่อคุณแม่ที่กิตติยึดเป็นคติเตือนใจตลอดมา

กิตติ บอกอีกว่า ที่ผ่านมาครอบครัว “ยงค์สงวนชัย” ไม่เพียงแต่เข้าไปช่วยเหลือชุมชนทุกอย่าง ยังให้การสนับสนุนการศึกษาเยาวชนในชุมชนด้วย เนื่องจากตระหนักดีว่าสังคมและประเทศชาติจะดีได้เพราะเยาวชนต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษาที่ดี แต่หากว่าเยาวชนไร้การศึกษาประเทศชาติก็จะไปไม่รอด ดังนั้นจึงเข้าไปให้การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเยาวชนในชุมชนเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น

“ผมพร้อมให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนได้เรียนหนังสือเต็มที่ เนื่องจากการศึกษามีความสำคัญมากหลังจาก 10 ชาติอาเซียน รวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปีนี้ ทำให้การค้าเกิดการแข่งขันสูง คนที่มีความรู้เท่านั้นที่จะยืนอยู่ในสังคมอาเซียนได้”

นอกจากกิตติจะให้การช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เยาวชนทุกชุมชนใน จ.สมุทรปราการ อย่างต่อเนื่องควบคู่กับสละเวลาอันมีค่าบำเพ็ญสาธารณประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทนจนได้รับตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการภาค 3330 โรตารีสากล และอีกหลากหลายรางวัลการันตีความดี

“ทุกอย่างที่กระทำลงไปนัั้นทำขึ้นจากจิตใจจริงๆ ด้วยจิตอาสา ผมเกิดมาก็ถูกคุณพ่อคุณแม่อบรมบ่มนิสัยให้มีจิตใจเอื้ออาทร ให้เสียสละไม่หวังสิ่งตอบแทนคืนมา  แต่สิ่งหนึ่งที่ได้แน่ๆ คือความสบายใจ ดังนั้นการให้จึงถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องกระทำเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ทำไปเพราะต้องการลาภยศ สรรเสริญ หรือสิ่งตอบแทนจากคนที่เราให้”

กิตติ บอกว่า การตอบแทนบุญคุณสังคมแบ่งออก 2 อย่าง คือ การให้ปัญญา และการช่วยเหลือกรณีประสบภัยธรรมชาติ

“การให้แบบปัญญา เปรียบเหมือน ถ้าเราให้ปลาเขากินในวันนี้ วันนี้เขากินปลาหมด พรุ่งนี้เขาก็ขอปลาเราใหม่ แต่ถ้าเราให้คันเบ็ดให้กับเขา แล้วสอนวิธีการตกปลาให้กับเขา วันนี้เขาสามารถตกปลาได้ พรุ่งนี้เขาก็สามารถตกปลาได้อีก ดังนั้นการให้ของครอบครัวยงค์สงวนชัย จึงเป็นการให้ที่ ไม่ใช่ให้แล้วหมดไป แต่ให้เขาได้รับรู้ว่า สิ่งที่เขาได้รับนั้น เขาสามารถต่อยอดชีวิตของเขาได้ ต่อยอดรายได้ของครอบครัวเขาได้”

ขณะที่การช่วยเหลือกรณีประสบภัยฉุกเฉิน เช่น กรณีน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทยปี 2554 ทางครอบครัวยงค์สงวนชัย ได้ร่วมกับญาติๆ และองค์กรต่างๆ ระดมเงินซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง ใส่รถสิบล้อ 5-6 คัน นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การตอบแทนสังคมนั้นจะดูตามความเหมาะสมว่าจะให้ในสถานการณ์ตอนไหน ซึ่งบางครั้งก็ต้องทำตัวเป็นผู้นำ ด้วยการเชิญชวนผู้ประกอบการ นักธุรกิจ หรือผู้มีจิตอาสามาร่วมด้วยช่วยกัน เพราะเชื่อว่า นักธุรกิจบางคนอยากจะช่วยเหลือสังคม

แต่ยังไม่ทราบช่องทางว่าจะ ทำอย่างไร ที่สำคัญทำได้จริงหรือไม่ ดังนั้นเมื่อเป็นสื่อกลางกลุ่มนักธุรกิจซึ่งทุกคนก็พร้อมที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ยิ่งทำให้นักธุรกิจเห็นว่าทำจริงก็ยิ่งจะให้ความช่วยเหลือสังคมโดยไม่ลังเลใจ

“แวดวงการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นแต่ละคนมีกลยุทธ์มีวิธีคิดไม่เหมือนกัน หรือความพร้อมของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับวัยวุฒิ คุณวุฒิ และสายปานทางเงินทุน ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพบนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก แต่สิ่งหนึ่งที่จะเหมือนกัน ก็คือเป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความซื่อสัตย์ เมื่อพูดสิ่งใดก็คือสิ่งนั้น”

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ กิตติ ยงค์สงวนชัย นักธุรกิจใจบุญที่ไม่เหมือนนักธุรกิจคนอื่นๆ คือทำงานด้านการกุศลตอบแทนบุญคุณสังคมไทยมากมาย