แปดริ้วตื่นพบขบวนรถขนทหารวิ่ง

วันที่ 06 ก.ค. 2553 เวลา 20:05 น.
คนแปดริ้วตื่นรถขนทหารวิ่งว่อน หน่วยข้างเคียงแจงเป็นเรื่องปกติตามวงรอบของการฝึก ซึ่งจะมีการเคลื่อนกำลังในช่วงเดียวกันของทุกปี

ชาวบ้านผู้ใช้รถ ใช้ถนน ตามเส้นทางสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง ใกล้กับบริเวณสี่แยกท่าสะอ้าน พื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ต่างแตกตื่นออกมาดูขบวนรถของทหารจำนวนมาก ขับผ่านบนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังด้านฝั่งขาออก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสายบางนา-ตราด ที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ และชลบุรีได้ หวั่นใจว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในประเทศอีก

ทั้งนี้หลังจากพบว่าขบวนรถดังกล่าวซึ่งประกอบไปด้วย รถยนต์ตรวจการ ซึ่งมีสัญญาณไฟกระพริบวับวาบ สีแดงเป็นรถนำขบวน โดยที่มีรถยนต์ตรวจการณ์อีกหนึ่งคันซึ่งประกอบปืนกล พร้อมมีทหารเฝ้าประคองควบคุมปืนลักษณะจังกล้า ขับตามหลัง จากนั้นมีขบวนรถยนต์ขนาด 6 ล้อใหญ่ คลุมผ้าตาข่ายพราง ขับวิ่งตามหลังกันมาเป็นขบวนอีกจำนวน 8 คัน อยู่ในแถวเดียวกัน 6 คัน และแตกออกนอกแถว 2 คัน โดยที่ 3 คันแรกได้บรรทุกทหาร ซึ่งแต่งชุดลายพราง ถืออาวุธปืนประจำกาย นั่งมาเต็มคันรถ 

ส่วนคันหลังๆ นั้น ส่วนใหญ่จะบรรทุกสัมภาระมาในรถ นอกจากนี้ยังมีรถเสบียงพ่วงท้าย ซึ่งมีลักษณะคล้ายหางพ่วง ของรถอีโก่งของชาวนาสีเขียวบรรทุกยุทธภัณฑ์เตรียมความพร้อมพ่วงมาในขบวนด้วย จึงทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ ว่า ขบวนรถทหารที่พบนั้นจะขนกำลังไปยังที่ไหน หรือไปทำอะไรกัน ซึ่งส่วนใหญ่หวั่นเกรงว่าจะนำกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติภารกิจ อย่างใดอย่างหนึ่งในกรุงเทพฯ อีก

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้ติดต่อประสานงานไปยังหน่วยทหาร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณจุดดังกล่าวมากที่สุด ทราบจาก พ.ท.เกรียงศักดิ์ สืบธรรมมา รองเสนาธิการ ฝ่ายอำนวยการ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ค่ายนวมินทราชินี ตั้งอยู่ที่ 478/2 ถ.เศรฐกิจ หมู่5 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า หน่วยทหารที่ประชาชนพบเห็นตามท้องถนนนั้นเป็นเพียงการเคลื่อนกำลังตามวงรอบการฝึก ตามแผนการฝึกป้องกันประเทศของหน่วยทหาร ซึ่งจะมีขึ้นเป็นประจำในช่วงเดียวกันของทุกปี 

ดังนั้นจึงอยากขอร้องว่าประชาชนที่ได้พบเห็นอย่าได้ตกใจ หรือแตกตื่น   ซึ่งการฝึกในปีนี้นั้น อาจจะล่าช้ากว่าทุกปีไปบ้างเล็กน้อย หลังจากที่ผ่านมา กำลังทหารได้ถูกนำไปใช้ในการการรักษาความสงบ จากการชุมนุมเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และจะมีการฝึกต่อเนื่องไปตามลำดับ ทั้งการฝึกภาคกองร้อย ภาคกองพัน และหมู่ตอนหมวด ก่อนสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งหนึ่งปีก็จะมีการฝึก 3 ครั้ง ในทุก 4 เดือน จากนั้นก็จะทำการฝึกทหารเกณฑ์ผลัดใหม่ในช่วงปลายปีต่อไปอีกด้วย พ.ท.เกรียงศักดิ์ กล่าว 

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้ถามต่อไปว่า รู้จักคุ้นเคยกับ พ.ท.ชัยยันต์ ปรีชา ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.ม.พัน.1 รอ.) ที่ถูกยิงเสียชีวิตปริศนาในบ้านพัก ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า กรุงเทพฯ หรือไม่ พ.ท.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันมากนัก เนื่องจาก พ.ท.ชัยยันต์ นั้นเป็นรุ่นพี่ห่างกัน 6-7 รุ่นแต่ก็คุ้นเคยกันดี เนื่องจากเคยเข้าออก และไปยังที่หน่วยนั้นบ่อยครั้ง ล่าสุดก็เพิ่งไปมาก่อนเกิดเหตุ เนื่องจากเข้าไปหาเพื่อนซึ่งทำงานอยู่ในที่เดียวกันกับ พ.ท.ชัยยันต์ ซึ่งหาก พ.ท.ชัยยันต์ จะคิดสั้นจริง ก็น่าจะเกิดขึ้นจากปัญหาเฉพาะบุคคล ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับในเรื่องงาน