บุกจับบารากุกลางพัทยามูลค่านับล้านบาท

วันที่ 10 มิ.ย. 2558 เวลา 09:04 น.
บุกจับบารากุกลางพัทยามูลค่านับล้านบาท
ชลบุรี-ฝ่ายปกครองบุกเมืองพัทยาจับร้านลอบจำหน่ายบารากุผงะของกลางมูลค่านับล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอำเภอบางละมุง เรืออากาศโท ภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดอำเภอบางละมุง ฝ่ายป้องกันและปราบปราม นายวีระ กิติยานนท์ หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 นำกำลังฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจบุกเข้าจู่โจมจับกุมสถานบริการลักลอบจำหน่ายยาสูบบารากู่ โดยวางกำลังลงพื้นที่เป้าหมายย่านพัทยาใต้

จากการตรวจสอบร้านแรกชื่อร้านอลาดิน ชิซ่า เลขที่ 363/3 พัทยาซอย 16  ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นร้านให้บริการนั่งสูบยาสูบบารากู่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลาง พบอุปกรณ์การสูบ ตัวยา เตาและอะไหล่เปลี่ยนเป็นจำนวนมาก จัดวางอยู่บริเวณหลังร้าน ตรวจสอบภายในห้องชั้น 2 ยังพบของกลางอีกส่วนหนึ่งจึงตรวจยึดไว้ทั้งหมด

ต่อมาเวลา 00.30 น.เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบร้านปารีส เลขที่ 247/67-68 ซ.เย็นสบาย ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นร้านให้บริการนั่งสูบยาสูบบารากู่เช่นกันได้ปิดร้านอย่างเงียบเชียบ เบื้องต้นยังได้กลิ่นตัวยาบารากู่อยู่แต่ไม่สามารถติดต่อเจ้าของสถานที่ได้ เชื่อว่าจะมีนกรู้มาแจ้งข่าว เพราะร้านบารากู่บริเวณดังกล่าวพากันปิดเงียบแตกต่างจากที่เคยเป็น

จากนั้นในเวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบร้านอลาดิน ชิซ่า จำหน่ายเตา ถ้วย อุปกรณ์อะไหล่ เลขที่ 257/11 ซอยพัทยา 17 หน้าร้านติดป้ายระบุชื่อ Euro Gold International Co.,Ltd ซึ่งเป็นเครือเดียวกับเป้าหมายแรก พบว่ามีการปิดไฟหน้าร้านและในร้านจนมืด เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูเข้าไปในร้านถึงกับผงะ เพราะมีการจัดวางจำหน่ายอุปกรณ์การเสพกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนตรวจยึดของกลางและนำผู้เกี่ยวข้องไปแถลงข่าวยังที่ว่าการอำเภอบางละมุง

เวลา02.00 น. ระหว่างรอการการตรวจยึดและขนย้ายของกลางเป็นจำนวนมากไปแถลงข่าวนั้น คณะทำงานได้เดินเท้าสำรวจภายในโครงการถนนคนเดินพัทยาใต้ หรือวอล์กกิ้งสตรีท โดยจากการตรวจสอบร้านยูโทเปีย ร็อกเฮ้าส์ พบอุปกรณ์การเสพบารากู่และตัวยาจำนวนหนึ่งจึงทำการตรวจยึด จากนั้นได้กวดขันผู้ประกอบการในเรื่องการให้ความร่วมมือห้ามจำหน่ายบารากู่และสินค้าที่ไม่มีความเหมาะสม อาทิ อาวุธ และอวัยวะเพศเทียม ตามแผงลอยต่างๆ ก่อนพบว่าที่ร้านของนายสัญญา แซ่อุ้ย ซึ่งตั้งแผงลอยอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ มีการลอบจำหน่ายสินค้าดังกล่าว จึงคุมตัวและตรวจยึดของกลาง

ต่อมา เวลา 03.30 น. เจ้าหน้าที่ได้นำผู้รับเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดูแลจากทั้ง 3 ร้าน ประกอบด้วย นายพิเชษฐ พิมพุทธ อายุ 34 ปี นางสมหวัง ดีสวนโคก อายุ 60 ปี และนายประชา รอดน้อย อายุ 23 ปี พร้อมของกลางทั้งหมดเป็นตัวยาบารากู่รวมจำนวนกว่า 15 กก. เตาบารากู่กว่า 50 ตัว สายยาง และอุปกรณ์การเสพนับพันชิ้น ซึ่งมูลค่าซื้อรวมประมาณ 6 แสนบาท แต่ถ้าจำหน่ายจะมีมูลค่านับล้านบาท มาแถลงผลการปฏิบัติงาน โดยมี นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง นายจักรพงศ์ รัชนีกุล ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง นางสุรีย์ ศรีสุข สรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าร่วมแถลงข่าว นายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่าตัวยาบารากู่เป็นข้อต้องห้ามไม่ให้มีไว้ครอบครองและจำหน่าย ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายคมสัน เอกชัย ได้ให้ความเป็นห่วงและเน้นย้ำให้กวดขันกวาดล้างให้หมดไป ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้แจ้งให้สถานบันเทิงและสถานประกอบการต่างๆ ให้รับทราบแล้ว เมื่อพบว่ายังลักลอบฝ่าฝืนต้องดำเนินคดีตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งครั้งนี้น่าจะมีการลงโทษปรับไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท.