สหกรณ์ฯแปดริ้วไม่เชื่อนายกฯแก้ไข่แพงได้

วันที่ 28 มิ.ย. 2553 เวลา 19:39 น.
ระบุยังมองไม่เห็นช่องทางที่นายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหาไข่ไก่แพงได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเหตุมีหลายปัจจัยลบ

 

นายสันติ วิโรจน์บริสุทธิ์ อายุ 44 ปี เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ ส.สิริฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 12/4 ม.3 ต.คลองประเวศ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ จ.ฉะเชิงเทรา และเป็นสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะทำการแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่แพงอย่างเป็นการเร่งด่วน ให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์นั้น ตนยังมองไม่เห็นว่านายกฯ จะแก้ได้อย่างไร
 
ทั้งนี้เพราะหากจะให้เพิ่มกำลังการผลิตนั้น จะต้องใช้เวลามากถึงกว่า 25 สัปดาห์ หรือประมาณ 6 เดือนขึ้นไป กว่าแม่ไก่สาวจะเริ่มออกไข่ให้ผลผลิตได้ และจากนั้นเมื่อแม่ไก่ในฟาร์มแก่ลง หรือมีอายุ 75-80 สัปดาห์ ก็จะถูกปลดออกไปอีก  เนื่องจากหากแม่ไก่มีอายุมาก เปอร์เซ็นต์การไข่ก็จะไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตค่าอาหาร ตนจึงมองว่านายกฯ อาจจะทำอะไรไม่ได้มากนัก ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ที่ไข่ไก่อาจจะมีราคาแพงขึ้นไปบ้าง เพียงช่วงระยะหนึ่งเท่านั้น
 
ขณะนี้นายกรัฐมนตรีอาจจะทำได้เพียง ไปขอความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตไข่ไก่รายใหญ่ ให้นำไข่ไก่ออกมาแบ่งขาย เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้บริโภคในราคาที่ถูกลง หรือทำตลาดธงฟ้าลดราคาเท่านั้น และโดยหลักการแล้วตนไม่เห็นด้วย ซึ่งเชื่อว่าอีกประมาณ 1-2 เดือน ราคาไข่ไก่ก็จะลดลงมาเอง และคงจะมีราคาไม่สูงมากไปกว่านี้อีกแล้ว และหลังจากฝนตกอากาศเย็นลง ปริมาณไข่ไก่ก็จะเพิ่มขึ้นจึงควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกจะดีกว่า
 
ทั้งนี้ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยนั้น ขาดทุนสะสมมาจากต้นทุนการผลิตค่าอาหารสัตว์ที่มีราคาแพงอย่างต่อเนื่องเมื่อก่อนหน้า แต่พอมาถึงในช่วงที่ไข่ไก่ขาดตลาดจนส่งผลให้มีราคาสูงขึ้น และเกษตรกรกำลังจะทำกำไรได้ทุนคืน รัฐบาลก็จะเข้ามาหาทางคุมราคาให้ลดลง ทั้งที่ปัญหาจริงๆ แล้ว ปัจจัยที่ทำให้ไข่ไก่ขาดตลาดนั้น มีผลมาจาก เกษตรกรส่วนใหญ่มีแม่ไก่ไข่อยู่ในฟาร์มเหลือน้อย แค่เพียง 60 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น