ตักบาตรข้างเตียง ปลดเปลื้องทุกข์ผู้ป่วย รพ.ตรัง

วันที่ 26 เม.ย. 2558 เวลา 07:51 น.
ตักบาตรข้างเตียง ปลดเปลื้องทุกข์ผู้ป่วย รพ.ตรัง
โดย...เมธี เมืองแก้ว

คงเป็นที่รับรู้กันดีว่า สภาพภายในโรงพยาบาลโดยทั่วไปนั้นจะมีลักษณะที่หดหู่ โศกเศร้าและสูญเสีย เพราะต้องทำการดูแลรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยมากมายจากหลากหลายรูปแบบ “โรงพยาบาลตรัง” ภายใต้การบริหารงานของ “คุณหมอ ชัยยุทธ ศักดิ์ศรชัย” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง จึงได้นำธรรมะเข้ามาช่วยรักษาทางใจให้กับผู้ป่วยอีกหนึ่งแนวทาง เพื่อหวังที่จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยให้เกิดความสุข ความสงบ และความร่มเย็นมากยิ่งขึ้น

นั่นจึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรม “ตักบาตรข้างเตียง” ขึ้นมา โดย “ชมรมจริยธรรมโรงพยาบาลตรัง” ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อปี 2554 โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการแม้แต่บาทเดียว ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่เป็นการระดมทุนกันเองของกลุ่มแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทุกๆ วันพุธที่ 1 และวันพุธที่ 3 ของเดือน ยกเว้นหากวันพุธไหนตรงกับวันพระ ก็จะขยับมาทำกิจกรรมในวันอังคารแทน

อย่างไรก็ตาม ในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง “พระครูศรีรัตนาภิวุฒิ” เจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว และเจ้าคณะตำบลไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง จะนิมนต์พระภิกษุ สามเณร มารับบิณฑบาตจากญาติโยมเวลาประมาณ 07.30-08.00 น. ครั้งละประมาณ 5-10 รูป หลังจากนั้นพระสงฆ์จะแบ่งสายเดินไปตามห้องต่างๆ ภายในโรงพยาบาลตรัง ยกเว้นเฉพาะห้องคลอดและห้องผ่าตัด

ทั้งนี้ จะมีบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลตรังเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนครั้งละหลายร้อยคน รวมไปถึงผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่ไม่มีโอกาสออกไปตักบาตรที่วัดได้ตามปกติ จนสามารถสร้างรอยยิ้มให้เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล และมีการเรียกร้องให้จัดกิจกรรมดังกล่าวนี้มาอย่างต่อเนื่องถึง 4 ปีแล้ว นอกจากนั้นข้าวของที่ได้รับจากการบิณฑบาตครั้งละมากมาย ก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ได้นำไปรับประทานหรือไปใช้กัน

คุณหมอศักดิ์วุฒิ ประธานชมรมจริยธรรมโรงพยาบาลตรัง เล่าว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการจัดกิจกรรมตักบาตรข้างเตียงก็คือ จะให้พระภิกษุ สามเณร เป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณ ด้วยการสวดมนต์ กล่าวเทศนาแบบสั้นๆ และกรวดน้ำ เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยได้ระลึกถึงสิ่งที่เป็นบุญกุศลและเกิดกำลังใจที่เข้มแข็ง ตลอดช่วงระยะเวลาที่ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตรัง ซึ่งผู้ป่วยบางรายนอนรักษาตัวที่นี่อาจยาวนานนับเดือนนับปีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ จากการเก็บข้อมูลพบว่า หลังจากที่ผู้ป่วยได้ร่วมตักบาตรเสร็จสิ้นในทุกๆ วันพุธแล้ว ก็จะเป็นวันที่มีผู้ป่วยถึงวาระจากไปด้วยความสงบเป็นจำนวนมากที่สุด เสมือนกับรอคอยให้พระภิกษุ สามเณร มาช่วยทำการปลดเปลื้องทุกข์ ถือเป็นการทำกิจกรรมที่สร้างจุดเด่นมากกว่าโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ

ขณะที่ “คุณโสภา บุญมณีประเสริฐ” หนึ่งในญาติผู้ป่วยโรงพยาบาลตรัง กล่าวว่า น่าดีใจที่โรงพยาบาลให้ความสำคัญด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ด้วยการนำพุทธศาสนาเข้ามาใช้ในการบำบัดรักษา ถึงแม้ว่าบางครั้งไม่อาจจะยื้อชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้ แต่ถ้าทุกอย่างถึงที่สุดแล้วก็จะช่วยให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสงบ จึงอยากให้มีการสานต่อกิจกรรม “ตักบาตรข้างเตียง” ต่อไปให้นานที่สุด

เพราะธรรมะคือการเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุด