กลุ่มคนงานก่อสร้างตะลุมบอนใส่กันดับ1เจ็บ3

วันที่ 14 มี.ค. 2558 เวลา 20:44 น.
กลุ่มคนงานก่อสร้างตะลุมบอนใส่กันดับ1เจ็บ3
พิษณุโลก-คนงานก่อสร้างรับเหมา 2 กลุ่มยกพวกตะลุมบอนก่อนใช้ปืน-มีดทำร้ายใส่กันดับ1สาหัส3

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เวลา 18.00 น. พ.ต.ท.สันตศิริ เมตตาวงศ์  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายก่อสร้างตะลุมบอนรุมทำร้ายกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวนมาก ที่บริเวณไซด์งานก่อสร้างคูล์คอนโด พิษณุโลก บริเวณถนนมิตรภาพ หน้าโรงเรียนเทคนิคพาณิชการพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ในที่เกิดเหตุ พบคนงานได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายสุพรรณ พรมโชติ อายุ 35 ปี เป็นชาวกรุงเทพมหานคร ได้รับบาดเจ็บถูกฟันที่ศีรษะและข้อมือ  และนางสาวธฤตมัย  ชัยบุดดี อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ได้รับบาดเจ็บที่มือซ้าย  รอเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาล ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บไปสาหัส คนงานก่อสร้างช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธชินราชไปก่อนหน้านี้จำนวน 2 ราย คือ นายเจษฎา บุญเลี้ยง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110/1 หมู่ 4 ต.บางชนะ อ.เมืองสุราษฎ์ธานี จ.สุราษฏ์ธานี และนายเอกชัย มาน้อย อายุ 31 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 2 ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาส จ.สุโขทัย  โดยทั้ง 2 รายถูกอาวุธปืนขนาด .38 ยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส  ล่าสุดนายเจษฎา ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมา พ.ต.อ.ดำรงค์ หมื่นยิ้ม ผู้กำกับการสภ.เมืองพิษณุโลกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำคนงานด้วยกัน พบว่า ก่อนเกิดเหตุคนงานก่อสร้างมี 2 กลุ่มคือกลุ่มของนายเจษฎา ผู้เสียชีวิต ที่เพิ่งรับงานก่อสร้างมาจาก จ.สุโขทัย และกลุ่มของนายสุพรรณ ซึ่งรับได้งานเหมาก่อสร้างมาจาก จ.กำแพงเพชร  โดยทั้ง 2 กลุ่มไม่ลงรอยกัน  ก่อนเกิดเหตุกลุ่มของนายเจษฎา กำลังนั่งตัดเหล็กเส้น ระหว่างนั้นเกิดสะเก็ดไฟได้กระเด็นไปถูกกลุ่มคนงานของนายสุพรรณ หลังจากนั้นก็ได้เกิดมีปากเสียงและทะเลาะกันอย่างรุนแรง พร้อมกับยกพวกตีกัน โดยนายสุพรรณ ได้นำอาวุธที่พกไว้ในย่าม ขึ้นมายิงใส่นายเจษฎา จำนวน 2 นัด ขณะที่กลุ่มของนายเจษฎา ก็ได้ใช้อาวุดมีด มารุมทำร้ายนายสุพรรณ จนได้รับบาดเจ็บ ดังกล่าว กระทั่งนายเจษฎา เสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกพยายามคนงานก่อสร้างทั้ง 2 กลุ่ม มาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง