จับเพิ่มอีกรายฆ่าหลานรองผู้ว่าฯกทม.เป็นครูฝ่ายปกครอง

วันที่ 15 มิ.ย. 2553 เวลา 13:08 น.
ตำรวจตามรวบ สมาชิกแก๊งร่วมปล้นฆ่าหลานรองผู้ว่าฯกทม.ได้เพิ่มอีก 1 ราย เป็นถึงอาจารย์ฝ่ายปกครอง วิทยาลัยการอาชีพ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี

พ.ต.ท.อารี สินธุราผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี นำกำลังจับกุม นายสุวรัตน์ หรือ ครูเอ๋ รูปงาม อายุ 35 ปี ที่อยู่ 118 หมู่ 6 ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืนและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว
 
โดยเป็นผู้สนับสนุนให้การช่วยเหลือ “ ตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ. 326/2553 ได้พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกซองพกสั้น แบบไทยประดิษฐ์ ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก 2.เครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 11 นัด 2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อเอ็มพี 4 สีดำ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่วิทยาลัยการอาชีพ ต.ปะโค ถนนมิตรภาพ อุดรธานี -ขอนแก่น อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ควบคุมตัวไปทำการสอบสวน 
 
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 28 พ.ค.เกิดเหตุคนร้ายร่วมกันก่อเหตุปล้นฆ่า นายนพพล โสวรรณี หลานรองผู้ว่าฯกทม. เพื่อชิงรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ - .9777 นครสวรรค์ โดยใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่ โรงแรมเบสอิน ถ.เทพารักษ์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และ สวนยางพารา ในเขตหมู่ที่ 3 ต.ห้างสูง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี
 
อย่างไรก็ตามต่อมาตำรวจได้จับกุมแก๊งคนร้ายได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบ นายเกรียงไกร หรือ ตี๋ นิ่มสง่า นายนพรัตน์ หรือหนุ่ม รูปสม นายสะเจ็ม หรือ เจมส์ บุญอภัย นายธนัตย์ ธาดาธนโชติ และ นายถนอม เกษหอม และจากสอบสวนขยายผลทั้งหมดให้การว่า ได้นำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปฝากไว้กับ นายสุวรัตน์
 
ภายพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ จากการสอบสวน นายสุวรัตน์  ครูเอ๋ ให้การภาคเสธ ว่าตนครูฝ่ายปกครองวิทยาลัยการอาชีพ อ.กุมภวาปี และเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ลงไปชุมนุมที่กรุงเทพ แต่ไม่ได้เป็นการ์ด มีหน้าที่ช่วยทำอาหารเท่านั้น และได้รู้จักและสนิทสนมกับนายเกรียงไกร นายนพรัตน์ และนายสะเจ็ม เพราะเป็นคนอุดรด้วยกัน

นายสุวรัตน์ กล่าวอีกว่า หลังจากมีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พวกตนก็เดินทางกลับอุดรธานี ต่อมา นายธนัตย์ หรือรองนัต ได้โทรศัพท์มาชักชวนให้ไปประชุมกับกลุ่ม นปช.ที่กรุงเทพฯ ซึ่งทั้ง 3 คน ได้เดินทางไปกรุงเทพฯ เมื่อเย็นวันที่ 27 พฤษภาคม แต่ตนไม่ได้ไปด้วยเพราะต้องกลับมาทำงาน
 
ต่อมาวันที่ 28 พ.ค.นายเกรียงไกร ได้โทรศัพท์ให้ตนไปรับที่ขนส่งหมอชิต ตนได้นั่งรถทัวร์โดยสารไป และพบกันเช้าวันที่ 29 พ.ค. และนั่งรถโดยสารกลับอุดรธานีด้วยกัน 4 คน ขณะที่นั่งรถกลับทั้ง 3 คน ได้เล่าว่าไปก่อเหตุปล้นฆ่าชิงรถยนต์ ที่สมุทรปราการและชลบุรี ตนจึงบอกว่าอย่าพูดบนรถเพราะมีคนมาก เมื่อกลับมาถึงบ้าน นายเกรียงไกรได้นำปืนที่ใช้ก่อเหตุมาฝากให้ตนไปขายในราคา 4,500 บาท แต่ไม่มีใครซื้อเพราะราคาแพง ตนจึงจ่ายเงินให้ นายเกรียงไกรไป 1,000 บาท จากนั้นก็นำปืนไปซุกซ่อนที่บ้านพักที่ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี กระทั่งมาถูกตำรวจนำหมายศาลมาจับกุมดังกล่าว