เหนือ-อีสานประสานเสียงหนุนแผนปรองดองแห่งชาติ

วันที่ 11 มิ.ย. 2553 เวลา 17:52 น.
โดย..ทีมข่าวภูมิภาค

หลังจากรัฐบาลประกาศเดินหน้าแผนการปรองดองแห่งชาติ กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนชาวไทยไม่แพ้กระแสฟุตบอลโลกฟีเวอร์ขณะนี้  โดยเฉพาะชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือทั้งประชาชนและนักธุรกิจต่างก็อยากให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน เหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรัฐบาลต้องจริงใจทำอย่างจริงจัง
 
นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี บอกว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับแผนปรองดองรอบ 2 ที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องทีดี และการแต่งตั้งให้นายคณิต ณ นคร เป็นประธานคณะกรรมการอิสระ เพื่อที่จะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเบื้องหลังความรุนแรง ที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลจะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อซื้อเวลาให้ผ่านไป และรัฐบาลจะต้องพูดในเรื่องนี้ให้น้อยลงไปด้วย โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว
 
"นอกจากนี้ในเรื่องบของการตรวจสอบประเด็นต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบเรื่องของอาวุธสงคราม เพื่อจะดำเนินการหาแหล่งที่มา หรือในเรื่องอื่น ๆ ควรจะเป็นการตรวจสอบในทางลับ ไม่ควรนำมาพูดเปิดเผยให้สาธารณะทราบ เพราะอย่างไรรัฐบาลก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว อีกเรื่องเช่นการที่จะรื้อคดีฆ่าตัดตอนขึ้นมา ก็ไม่ควรจะนำมาเปิดเผย เพราะรัฐบาลสามารถทำได้อยู่แล้ว"นายธีระ กล่าว
 
ประธานหอการค้าจ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า ตนอยากให้รัฐบาลมองคนต่างจังหวัดบ้าง โดยเฉพาะจังหวัดที่ถูกเผาศาลากลางด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้ง จ.อุดรธานี ขอนแก่น มุกดาหาร อุบลราชธานี ที่ภาคประชาชนก็ต้องการความช่วยเหลือ โดยรัฐบาลจะต้องมีแผนเยียวยาว่า แต่ละจังหวัดจะมีแนวทางการเยียวยาอย่างไร
 
ขณะที่นายนันทภพ  มุกดาอนันต์  นักธุรกิจชาว จ.สุรินทร์ ให้ความเห็นว่า ตนเห็นด้วยเพราะต้องการให้ความสงบสุขกลับคืนมาเพื่อถวายแด่ในหลวงของปวงชนชาวไทยที่รักษาพระวรกายอยู่ที่ รพ.ศิริราชในขณะนี้ ซึ่งจะเริ่มต้นแบบไหนก็ได้ที่จะสามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้มากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคนไทยทั้งชาติต้องร่วมแผนปรองดองกับรัฐบาล  และที่คนไทยทุกคนมุ่งหวังก็คือ อยากเห็นความสงบกลับคืนมา เพราะประเทศชาติจะต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่างๆที่ยังมีอีกมาก
ส่วนนายพิสิฐพงศ์  กิ่งแก้ว  ศิลปินชาว จ.สุรินทร์ จากค่ายท็อปไลน์ไดม่อน บอกว่า  เห็นด้วยกับแผนปรองดองของรัฐบาลในครั้งนี้  ส่วนการดำเนินการนั้น ก็จะต้องมีประชาชนในทุกภาคส่ วนร่วมด้วยทุกครั้ง โดยเฉพาะแกนนำกลุ่มต่างๆที่ขัดแย้งกันนั้น จะต้องมีความจริงใจกับแผนครั้งนี้ด้วยถึงจะสำเร็จ  เพื่อลบล้างความคิดที่แตกแยก และสีต่างๆออกไปจากจากความคิดของทุกคนก่อน  เพราะประเทศชาติจะต้องเดินหน้าต่อไปด้วยความสามัคคี และนำความสงบสุขกลับคืนมา ซึ่งหากแผนครั้งนี้สำเร็จรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์เองก็จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายว่ามีความจริงใจในการแก้ปัญหาอีกด้วย
 
ด้านนายชุมพล ลีลานนท์ แกนนำกลุ่มประชาชนรักชาติ จ.พะเยา บอกว่า อยากให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเสื้อสีไหนได้ออกมาทำกิจกรรมแสดงความรักชาติตลอดจนการนำความสุขกลับคืนมาร่วมกัน หลังจากที่ประเทศชาติผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆที่สร้างความบอบช้ำมามากและต้องการรับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของคนกลุ่มใดโดยเฉพาะแต่ต้องเกิดจากคนในชาติทุกคนที่ต้องกลับมาร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯพ่อของคนไทยทุกคน
 
อย่างไรก็ตามนายชุมพล เห็นว่าทางจังหวัดควรจัดทำแผนปรองดองในระดับจังหวัดด้วย เพื่อเป็นเร่งเสริมสร้างความรักและสามัคคีของคนในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การรอให้รัฐบาลออกมาขับเคลื่อน โดยเห็นว่าหากทุกพื้นที่ได้ร่วมมือกันอย่างจริงจังก็จะทำให้ประเทศชาติกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว