ชาวสวนยางสุราษฎร์ฯนัดชุมนุม9ธ.ค.จี้แก้ราคาต่ำ

วันที่ 07 ธ.ค. 2557 เวลา 18:21 น.
ชาวสวนยาง 4 อำเภอ สุราษฎร์ฯนัดชุมนุมใหญ่ศาลากลางจังหวัด จี้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพารา

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายไพโรจน์  ฤกษ์ดี อาชีพเกษตรกรและทนายความอยู่ที่ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะผู้ประสานงาน “แนวร่วมเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านส้องและพันธมิตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ”ได้ออกหนังสือเปิดผนึกฉบับที่ 2 ของแนวร่วมเกษตรกรฯ ถึง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องรัฐบาลให้ประกาศอุดหนุนราคายางพาราทันที อันเนื่องปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางจากสถานการณ์ราคาผลผลิตยางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 9.00 น. วันที่ 9 ธ.ค.นี้ จะมีเกษตรกรชาวสวนยางจาก อ.พระแสง , เวียงสระ , เคียนซา และบางส่วนจาก อ.พุนพิน ไม่ต่ำกว่า 200 คนมาร่วมชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

นายไพโรจน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค.57 ตนและตัวแทน 6 คนเคยไปยื่นหนังสือเปิดผนึกฉบับที่ 1 ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง พล.อ.ประยุทธ ให้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นวาระเร่งด่วนที่สุดโดยเสนอให้ปรับขึ้นราคายางเพียงกรณีเดียว และไม่ได้เรียกร้องให้ช่วยเหลือด้านอื่นเพราะเห็นว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินจากภาษีประชาชน แต่รัฐบาลยังใช้วิธีให้เงินอุดหนุนและเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยแก่สหกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดและไม่ตรงความต้องการชาวสวนยางอย่างแท้จริง

สุดท้ายราคายางยังดิ่งลงอย่างต่อเนื่องจนขณะนี้ต้องเดือดร้อนกันอย่างหนักเป็นวงกว้างแม้กระทั่งลูกจ้างกรีดยางไปถึงผู้รับซื้อยาง มีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายประจำวัน คณะแนวร่วมฯจึงมีมติจะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยจะปิดถนนด้านหน้าศาลากลางจังหวัดกดดันให้รัฐบาลประกาศอุดหนุนราคายางพาราดังนี้ 1.เศษยางราคาขั้นต่ำ 30 บาท ต่อกิโลกรัม  2.น้ำยางราคาขั้นต่ำ 70 บาทต่อกิโลกรัม และ 3.ยางแผ่นดิบราคาขั้นต่ำ 80 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งการออกมาชุมนุมไม่กลัวจะชนกับฝ่ายทหาร เพราะขณะนี้ชาวบ้านพากันอดตายหมด

นายไพโรจน์ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้จะต้องมีคำตอบราคาอย่างเดียวจะไม่ให้เวลารัฐบาลอีกแล้ว เพราะเป็นความเดือดร้อนบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงไม่มีประเด็นการเมืองและผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งมีชาวสวนยางจากอำเภออื่นๆที่รอดูท่าทีจะออกมาร่วมด้วย และหากไม่ได้รับการแก้ไขตามข้อเรียกร้องจะทำการประสานกับแกนนำกลุ่มอื่นๆ เพื่อยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป

ฝ่ายวิชาการ สำนักงานตลาดกลางยางพาราสงขลา ระบุว่า ปัจจัยหลักที่เป็นสาเหตุทำให้ราคายางลดลงมาจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลดลงต่อเนื่องเตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี , การชะลอซื้อยางจากผู้ผลิตยางล้อจากจีน , เศรษฐกิจยุโรป อเมริกาและญี่ปุ่นถดถอย รวมทั้งผู้ส่งออกยางอยู่ในภาวะขาดทุนเนื่องจากซื้อยางในราคาสูงเกินจริงมาตลอด ทำให้ประสบภาวะขาดทุนในช่วงจะปิดบัญชีสิ้นปี ส่งผลอาจให้มีการกดดันราคาเพื่อให้การขาดทุนน้อยลง ประกอบกับไม่มีปัจจัยใหม่ๆเข้ามามีผลต่อตลาด และในภาคใต้มีฝนน้อยลงแต่ผลผลิตยางออกสู่ตลาดมากขึ้น