พบแล้วเด็กก้มกราบพระบาท

วันที่ 29 พ.ย. 2557 เวลา 18:34 น.
พบแล้วเด็กก้มกราบพระบาท
จนท. พบแล้วเด็กก้มกราบพระบาทในหลวงที่กระทรวงวัฒนธรรมให้ตามหา ที่ จ.ราชบุรี  เป็นบาทหลวง  

เวลา  15.00 น.  วันที่ 29 พ.ย.57  นางสิริลักษณ์  เจริญผล  อดีตข้าราชการศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี ได้พาผู้สื่อข่าวไปพบกับนางวรรณี   พฤกษาโรจนกุล  อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/6 ถ.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี  หลังมีผู้ให้ข้อมูลมาว่าที่บ้านหลังนี้คือบ้านของเด็กที่กราบพระบาทในหลวง     เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี  เมื่อวันที่  21 พฤศจิกายน 2512    ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงได้พบกับนางวรรณี  ก็ให้ข้อมูลว่าเด็กชายที่กราบพระบาทในหลวงนั้น คือบาทหลวง วัชระ  พฤกษาโรจนกุล  เจ้าอาวาสวัดนักบุญอังเยราซอนต้า ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เกิดวันที่ 1 มีนาคม  2509 อายุ 49 ปี  ซึ่งเป็นน้องชายของตนเอง

โดยนางวรรณี  ได้พาผู้สื่อข่าวไปพบกับนางอัมพร  พฤกษาโรจนกุล (เฮียง ) อายุ  84 ปี  ผู้เป็นแม่ที่ยังมีชีวิตอยุ่แต่ตอนนี้มีอายุมากแล้วความจำไม่ค่อยดี และสายตามองเห็นไม่ชัด โดยนางวรรณีได้เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวมีพี่น้อง 9 คน   คนที่ก้มกราบพระบาทในหลวงนั้นเป็นน้องชายคนที่ 7   เพราะแม่จะเล่าให้ฟังบ่อยๆว่าได้พาน้องชายคนนี้ไปเฝ้ารับเสด็จที่ศูนย์อนามัยเขต 7  และให้น้องชายเข้าไปกราบพระบาท ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจไม่มีวันลืม  นอกจากนี้นางสาววลัยลักษณ์ พฤกษาโรจนกุล  ผู้เป็นน้องสาวคนสุดท้องก็ได้ยืนยันว่าภาพถ่ายที่เห็นเป็นรูปของแม่พาพี่ชายสมัยตอนเด็กๆไปเฝ้ารับเสด็จในหลวง  

ส่วนนางดรุณี  อินทร์ฉาย  อายุ  60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.เมือง  ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของนางวรรณี ก็มายืนยันว่าภาพถ่ายที่เห็นนี้เป็นภาพของป้าเฮียงหรือนางอัมพร  พฤกษาโรจนกุล  ที่พาบาทหลวงวัชระไปเฝ้ารับเสด็จในสมัยตอนยังเป็นเด็กจริงๆ

ด้านบาทหลวง วัชระ  พฤกษาโรจนกุล   ซึ่งเป็นเด็กในภาพที่กราบพระบาท ก็กล่าวว่า  แม่จะเล่าให้ฟังเสมอว่าตอนเด็กๆประมาณ 3 ขวบได้พาเข้าเฝ้าในหลวง  มีภาพถ่ายเก็บเอาไว้ ตอนที่ไปรับเสด็จ    ซึ่งก็พอจำได้บ้างว่าเราเคยไปรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและได้กราบ ภาพนี้เคยลงหนังสือพิมพ์และแม่เคยตัดเก็บไว้ วันนั้นใส่เสื้อยืดโปโลสีน้ำเงิน   เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาถึง แม่ได้ดันก้นให้มุดเชือกที่กั้นเพื่อเข้าไปก้มกราบพระบาท ภาพนี้อยู่ในความทรงจำ แม้ว่ามารดาเคยตัดรูปภาพจากหนังสือพิมพ์เก็บใส่อัลบั้มไว้แล้วแต่ก็ทำหาย เพราะย้ายที่อยู่บ่อย  ผมจำอยู่ในใจเสมอว่าเคยไปรับเสด็จในหลวงและกราบพระบาทด้วยจนก้นโด่ง ถึงจะไม่มีหลักฐานแต่ก็อยู่ในใจ และจำได้ว่าได้ใส่เสื้อตัวเก่งไปคือสีน้ำเงินตัวนี้ ซึ่งมีอยู่ตัวเดียวที่เก่งที่สุด รองเท้าก็ธรรมดามาก เพราะบ้านยากจนแต่ถือว่าเราใส่ดีที่สุดแล้วเพื่อเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว เป็นภาพที่ประทับใจมาตลอด แต่ก็ไม่สามารถที่จะตามหาภาพนี้ได้   จึงขอปิดทองหลังพระตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยมีพระราชดำรัสไว้ว่าการทำความดีไม่ต้องให้ใครรู้   และพระองค์ทรงเป็นต้นแบบกับให้กับชีวิต เพราะว่าท่านทำงานเพื่อประชาชน ผมเคยคิดว่าจะเป็นทหารรับใช้ประเทศชาติ แต่สุดท้ายก็ต้องมาเป็นบาทหลวงรับใช้ทางศาสนาแทน  มีความรู้สึกประทับใจว่าครั้งหนึ่งได้เคยเฝ้ากราบพระบาทในหลวง