อุตรดิตถ์ฉาวอีก!พบสร้างส้วมแพงหูฉี่

วันที่ 10 ต.ค. 2557 เวลา 14:49 น.
อุตรดิตถ์ฉาวอีก!พบสร้างส้วมแพงหูฉี่
อุตรดิตถ์-พบสร้างห้องส้วม3.52แสนบาทแบ่งซอยจากสนมฟุตซอลผอ.โรงเรียนร้องทหารคุ้มครองถูกสั่งปิดปาก

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ผู้สื่อข่าว จ.อุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบการก่อสร้างส้วมแบบ 4 ที่นั่ง ที่โรงเรียนป่าขนุนเจริญวิทยา ต.คุ้งตะเภา อ.เมืองอุตรดิตถ์ งบก่อสร้างจำนวน 352,000 บาท เป็นงบประมาณที่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อุตรดิตถ์รายหนึ่ง และอดีตรัฐมนตรี 2 คน ผลักดันจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผ่านทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุตรดิตถ์ เขต 1 พร้อมกับงบประมาณที่ใช้เพื่อการก่อสร้างสนามฟุตซอลกลางแจ้ง 1 สนาม 980,300 บาท รวมเป็นเงินก่อสร้างห้องส้วมและสนามฟุตซอลกลางแจ้ง 1,332,300 บาท จำนวนเงินนี้เกินกว่างบประมาณเกิน 1 ล้านบาท ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างต้องใช้วิธีการประกวดราคาเพื่อสอบราคา จึงมีการแบ่งงบประมาณออกเป็น 2 โครงการคือ สร้างห้องส้วมและสนามฟุตซอลกลางแจ้ง

ทั้งนี้ขณะที่ตรวจสอบนั้น ผู้บริหารสถานโรงเรียนป่าขนุนเจริญวิทยา ได้เดินตามอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในห้องน้ำ แต่จากการเดินสำรวจภายในพบว่า อาคารด้านนอกกว้างและลึกราว 4 เมตร มี 4 ห้อง หลังคาเป็นแบบยกสูง หลังคาเหล็กโปร่งแสง ประตูห้องเป็นแบบพลาสติก ด้านล่างบางบานแตก โถส้วมเป็นแบบนั่งราบตักน้ำราด ไม่มีถังชักโครกด้านหลัง ส่วนด้านหลังมีโถสำหรับชายยืนปัสสาวะ 6 อัน ก๊อกน้ำที่ใช้สำหรับเปิดน้ำไล่ปัสสาวะในโถหักไม่สามารถใช้งานได้ จากการสอบถามช่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายแห่งใช้งบประมาณก่อสร้างส้วมลักษณะดังกล่าว 150,000-200,000 บาทเท่านั้น

ด้านแหล่งข่าวจากผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจำนวน 40 โรงเรียนในสังกัด สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ที่ได้รับงบประมาณมาก่อสร้างสนามฟุตซอลกลางแจ้ง กล่าวว่า มีนักการเมืองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ท้องที่ที่เป็นคนสนิทกับอดีต สส.อุตรดิตถ์รายหนึ่ง เข้าไปพบผู้บริหารโรงเรียนที่มีโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลกลางแจ้ง ข่มขู่ว่าห้ามให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน หรือใครก็ตามที่เข้าไปตรวจสอบ หากไม่เชื่อจะไม่ช่วยเหลือเรื่องคดีหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ทำให้ผู้บริหารหลายคนเกิดอาการกลัวความผิด และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“การตรวจสอบจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เกรงว่าจะล่าช้า จึงอยากให้ทหาร หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงพื้นที่เข้ามาสอบถามด้วยตัวเองจะดีกว่า เพราะเชื่อว่าเป็นหน่วยงานเดียวที่เอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบโครงการทุจริตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ แต่หน่วยงานอื่นเกรงจะไม่ได้ข้อมูลจริง สุดท้ายคนผิดก็จะไม่ต้องรับผิดชอบ คนที่จะรับผิดชอบคือ ผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้องตกเป็นแพะรับบาปไป” แหล่งข่าว กล่าว

ด้านนายธีรพงษ์ ศรีเดช เครือข่าย ป.ป.ท.ภาคประชาชน กล่าวว่า ได้ยื่น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารเพื่อขอทราบรายละเอียดของโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังดิน อ.เมืองอุตรดิตถ์ 3 สนามสนามละ 2,480,000 บาท อาจจะแพงเกินจริง เพราะวัสดุอุปกรณ์เหมือนกันกับสนามฟุตซอลของ สพฐ.ผลักดันมา ซึ่งขอข้อมูลไปหลายวันแล้ว แต่ อบต.วังดิน ยังไม่ยอมมอบข้อมูลดังกล่าวให้แต่อย่างได และไม่แจ้งเหตุผลด้วยว่าเพราะอะไร

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต