ค้านย้ายมือปราบนายทุนรุกป่าพ้นสระบุรี

วันที่ 10 ก.ย. 2557 เวลา 21:58 น.
ค้านย้ายมือปราบนายทุนรุกป่าพ้นสระบุรี
สระบุรี-ชาวหมวกเหล็กคัดค้านโยกย้ายมือปราบนายทุนรุกป่าหวั่นเปิดโอกาสให้ผู้มีอิทธิพลทำผิดต่อไป

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.เวลา 14.00 น. ชาวบ้านจาก ต.ลำพญากลาง และ ต.ลำสมพุง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ประมาณ 100 คนเข้ายื่นรายชื่อผ่านศูนย์ดำรงธรรม (ชั้น 3) ศาลากลาง จ.สระบุรี เพื่อพิจารณาคำสั่งโยกย้าย พ.อ. พงษ์ศิลป์ สถิตย์ขราณี หัวหน้ากลุ่มงานข่าว สำนักงาน กอ.รมน. จ.สระบุรี ไปช่วยราชการ สำนักงานเสธ.กอ.รมน.ภาค 1 ซึ่งมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ก.ย.- 30 ก.ย.นี้

นางกานดา ใจพินิจ แกนนำบ้าน ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลบุกรุกทำลายป่าในเขตพื้นที่ จ.สระบุรีเป็นจำนวนมาก และที่ผ่านมาการทำงานของ พ.อ.พงษ์ศิลป์ อาจส่งผลกระทบให้กับบุคคล (กลุ่มทุน) ที่ได้รับความเสียหาย หรือสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่ได้รับการดำเนินคดีในช่วงที่ผ่านมา จึงทำให้กลุ่มบุคคลเหล่านั้นหาทางโยกย้าย พ.อ.พงษ์ศิลป์ ออกนอกพื้นที่ เพื่อที่จะดำเนินการทำผิดกฎหมายต่อไป อีกทั้งที่ผ่านมามีกลุ่มทุนขนาดใหญ่พยายามเข้ามาในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก เพื่อประกอบกิจการทำเหมืองแร่ ซึ่งมีการใช้พื้นที่ป่าไม้หลายหมื่นไร่ในการทำธุรกิจ ซึ่งชาวบ้านได้พากันคักค้านอย่างหนักอยู่ในขณะนี้

"กลุ่มแกนนำชาวบ้านถูกข่มขู่คุกคามมาโดยตลอด พวกเขาไม่มีความรู้ ไม่มีอำนาจ จึงได้พากันเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือความปลอดภัยและอื่นๆ จาก พ.อ.พงษ์ศิลป์ มาโดยตลอด ท่านเป็นคนทำงาน มีผลงานเป็นรูปธรรมจับต้องได้เมื่อทราบว่า ท่านถูกคำสั่งโยกย้าย ต่างใจหายและพากันรวมตัวมายื่นหนังสือคัดค้านและขอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาผลงานของคนทำงาน และความต้องการของชาวบ้านด้วย"นางกานดา กล่าว

ด้านนางแก้วเรือน ศรีบุตร เจ้าพนักงานปกครอง ชำนาญการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการศูนย์ดำรงธรรม จ.สระบุรี กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องทุกข์จากชาวบ้านว่า เนื่องจากวันนี้นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.สระบุรีไปราชการ คงต้องเป็นวันที่  11 ก.ย.ก็จะรีบนำข้อเรียกร้องนี้รายงานทันที จากนั้นภายใน 3 วันทำการหลังตรวจสอบข้อเรียกร้องต่างๆแล้วจะแจ้งให้ชาวบ้านทราบต่อไป

ขณะที่ พ.อ.พงษ์ศิลป์ กล่าวความในใจด้วยว่าเป็นธรรมดาของชีวิตรับราชการ เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร ซึ่งเขาได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ กอ.รมน. ภาคหนึ่ง เป็นเวลา 30 วันเพื่อรอเวลาคำสั่งโยกย้ายใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ส่วนมูลเหตุที่ถูกย้ายไม่น่าจะมีเรื่องอื่น เป็นเรื่องการทำงานที่ผ่านๆมาแน่นอน ทุกเรื่องที่กำลังมีการดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ล้วนเป็นเรื่องการจับกุมบุกรุกผู้ทำผิดกฏหมายทำลายทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้เคยถูกเตือนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ว่า “พงษ์ศิลป์ สระบุรีไม่มีหรอกสีขาว มีแต่ดำกับเทาเท่านั้น”

"ผมถือว่าหากไม่ทำแล้วใครจะทำเมื่อมีหน้าที่ตรงนี้พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอผลประโยชน์ต่างๆให้ แต่ไม่ตกลงด้วย โดยเฉพาะในรายใหญ่ที่มีการจับกุมดำเนินคดีสั่งปิดกิจการแล้ว แต่นายทุนยังกลับเข้าทำธุรกิจต่อ เมื่อชาวบ้านแจ้งให้ทราบจึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินดดีต่อจึงอาจเป็นสาเหตุให้ผู้ประกอบการไม่พอใจหาเหตุย้ายให้พ้นทางก็เป็นได้ แต่ไม่เป็นไร อยู่หน้าห้อง ชงน้ำชา ปรับโทรทัศน์ ก็ถือเป็นการทำงาน" พ.อ.พงษ์ศิลป์ กล่าว