ร้องคสช.นายทุนรุกบึงกะโล่กว่า4พันไร่

วันที่ 20 ส.ค. 2557 เวลา 16:31 น.
ร้องคสช.นายทุนรุกบึงกะโล่กว่า4พันไร่
อุตรดิตถ์-ชาวบ้านป่าเซ่าร้องคสช.นายทุนรุกบึงกะโล่กว่า 4 พันไร่ ไม่สามารถเข้าไปหาปลา เลี้ยงสัตว์ ทำการเกษตร

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.เวลา 16.30 น.นายสมศักดิ์ หอมเพียร กำนัน ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในบึงกะโล่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปหาปลา เลี้ยงสัตว์ และใช้น้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากมีนายทุนจาก จ.สุโขทัย เข้าไปซื้อสิทธิ์จากชาวบ้านรวมทั้งบุกรุกพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อปลูกข้าวมากกว่า 4พันไร่ ก่อนหน้านี้เคยนำผู้ใหญ่บ้านและประชาชนไปร้องเรียนหน่วยงานเกี่ยวข้องระดับอำเภอ และจังหวัด แต่กลับไม่มีความคืบหน้า ขณะเดียวกันกลับมีการบุกรุกมากขึ้นเรื่อยๆเข้าไปสร้างบ้านที่อยู่อาศัยถาวรบริเวณบึงด้วย อีกไม่นานพื้นที่สาธารณะประโยชน์จะมีเจ้าของทั้งหมด "ทำหนังสือถึงพล.ต.ธัญญพรหม อัศวจินดา ผบก.จทบ.อุตรดิตถ์ ขอให้จัดการปัญหา ซึ่งท่านก็บอกว่า ต้องให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร (ส.ป.ก.) อุตรดิตถ์ ไปแจ้งความบุกรุกกับผู้บุกรุกก่อนถึงจะเข้าไปดูแลได้ แต่ส.ป.ก.อุตรดิตถ์กลับ ตอบว่า ไม่มีนโยบายยึดพื้นที่คืนจากประชาชนมีแต่จัดสรรให้ ทั้งที่บึงกะโล่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ประชาชน 3 ตำบลใช้ประโยชน์ร่วมกันมานาน ไม่สมควรนำไปจัดสรรหรือมอบให้ใคร เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำหนังสือถึง คสช.เข้ามาแก้ปัญหาให้ เพราะไม่อยากให้พื้นที่สาธารณะตกเป็นของนายทุนหรือใครคนไดคนหนึ่ง อยากให้ใช้ร่วมกันตลอดไป” นายสมศักดิ์ กล่าว ทั้งนี้สำหรับบึงกะโล่ มีพื้นที่มากกว่า 7,200 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ป่าเซ่า หาดกรวด และ คุ้งตะเภา มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์ และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ ขอใช้ประโยชน์ราว 3,000 ไร่เศษ แต่มีร้องร้องเรียนว่า พื้นที่บึงกะโล่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำจึงมีการชะลอโครงการก่อสร้างทั้งหมดลง