จัดระเบียบแท็กซี่เข้ม!สั่งจับจริงปฏิเสธผู้โดยสาร

วันที่ 13 ส.ค. 2557 เวลา 21:10 น.
จัดระเบียบแท็กซี่เข้ม!สั่งจับจริงปฏิเสธผู้โดยสาร
เดินหน้าจับจริงแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร-ไม่กดมิเตอร์-วาจาไม่สุภาพ ส่งกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบ คุม 8 จุดเสี่ยง เผยยอด 10 เดือนถูกร้องเรียน 23,753 ราย

เมื่อเวลา 10.30 น.กรมการขนส่งทางบก พันเอกวิรัฏฐ์ วงษ์จันทร์ รองผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 11 เปิดเผยถึงแนวทางจัดระเบียบจุดตรวจรถแท็กซี่ว่า ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.เป็นต้นไป มณฑลทหารบกที่ 11 ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จัดระเบียบรถแท็กซี่ให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยแก่ประชาชนมากขึ้น ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมกับกำหนดแผนปฏิบัติการลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เพื่อดำเนินการติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรถแท็กซี่อย่างเข้มงวด

ทั้งนี้จะมีการจัดชุดปฏิบัติการร่วมลงพื้นที่ที่มีการร้องเรียนรถแท็กซี่ ทั้งในและนอกเครื่องแบบลงสำรวจเข้มข้นในจุดเสี่ยง 8 จุด ได้แก่ ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, ถนนเยาวราช, สถานีขนส่งหมอชิต, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างฯ มาบุญครอง, ห้างฯ แพลทินัมประตูน้ำ, วัดพระแก้ว และซอยนานา นอกจากนี้จะตรวจตราบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ย่านชุมชนที่มีการจราจรหนาแน่นชานเมือง และสถานีขนส่งผู้โดยสาร เช่น ร่วมกับสน.ลุมพินี บริเวณถนนเพลินจิตตรงข้ามโฮมโปรพลัส และร่วมกับสน.ปทุมวัน ณ บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ลิโด้ เป็นต้น

นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า การตรวจสอบจะตรวจว่ามีการใช้ใบอนุญาตขับรถ ตรงตามประเภท และมีบัตรประจำตัวผู้ขับรถหรือไม่ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่สำคัญแท็กซี่จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด โดยห้ามปฏิเสธผู้โดยสาร ต้องใช้มิเตอร์ ส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายที่กำหนด แต่งกายสุภาพ ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะลงโทษอย่างเฉียบขาด โดยปรับตามข้อหาความผิดไม่เกิน 1,000 บาท และอาจถูกยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ  ขณะที่เจ้าของ ผู้ประกอบการจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

“ใน 2-3 วันนี้ เราจะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง จึงขอเตือนให้ผู้ขับแท็กซี่หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ โดยเฉพาะแท็กซี่ที่มีการรวมกลุ่มจอดรอตามแหล่งชุมชนต่างๆหากไม่หยุดจะต้องจับจริงจังเด็ดขาด โดยเฉพาะพฤติกรรมไม่รับคนไทย เลือกรับแต่ชาวต่างชาติ และพอรับไปก็ไม่ยอมกดมิเตอร์ ตลอดจนมีการเอาเปรียบขูดรีด ขับรถพาวนออกนอกเส้นทาง และไล่ผู้โดยสารลงก่อนกำหนด พฤติกรรมเหล่านี้จะต้องหยุด เพราะสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน รวมถึงยังกระทบต่อภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยด้วย”

นายอัฌษไธค์กล่าวว่า นอกจากการตั้งจุดตรวจเข้มรถแท็กซี่แล้ว กรมฯจะเปิดโอกาสให้คนขับแท็กซี่ที่ยังไม่มีบัตรขับขี่ถูกต้อง สามารถเข้ามาสู่อาชีพขับรถแท็กซี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเปิดอบรมผู้ขับรถแท็กซี่รอบพิเศษ ในวันที่ 30 ส.ค.57 ณ ห้องประชุมอาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับหนังสือรับรอง ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถแท็กซี่สาธารณะได้ โดยผู้สนใจสอบถามรายละเอียดที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 โทร. 0-2271-8428

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถแท็กซี่ประมาณ 160,000 ราย ในจำนวนนี้คาดว่ายังไม่มีใบขับขี่สำหรับรถแท็กซี่ 10-20% กรมฯจึงเปิดให้มีการอบรมรอบพิเศษเพิ่มเติม ขณะเดียวกันยังขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการ เจ้าของรถ หรืออู่แท็กซี่ส่งทะเบียนประวัติคนขับแท็กซี่ และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้เข้ามาในศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมฯ โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดด้วย

ส่วนสถิติเรื่องร้องเรียนรถแท็กซี่จากประชาชนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ในรอบ 10 เดือน ปีงบประมาณ 57 ตั้งแต่เดือนต.ค.56-ก.ค.57 มี 23,753 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลงกัน ขับรถประมาทหวาดเสียว และไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร และได้เรียกตัวผู้กระทำความผิดมารายงานตัว 14,865 ราย ในจำนวนนี้ได้พักใช้ใบอนุญาต 32 ราย เพิกถอนใบอนุญาตอีก 1 ราย รวมทั้งยังได้เรียกเจ้าของรถผู้ให้เช่ามาทำการเปรียบเทียบปรับอีกจำนวนมาก

นายอัฌษไธค์กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะว่า จะมีการหารือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ บริษัท บขส. จำกัด และเจ้าของธุรกิจรถโดยสารเอกชนเพื่อรับทราบส่วนได้เสีย และวันที่ 16 ส.ค.นี้ กรมฯ จะหารือร่วมกับ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การดูแลรถตู้โดยสารเพิ่มเติม ทั้งการกำหนดอายุรถ การเปลี่ยนรถ การเพิ่มจำนวนรถในเส้นทางเดิม การเปิดเส้นทางใหม่ ซึ่งเบื้องต้นในส่วนของรถตู้จากกรุงเทพฯไปชานเมืองจะมีมากกว่า 10 เส้นทาง ขณะที่รถตู้ระหว่างจังหวัดจะต้องคำนึงถึงผลกระทบผู้ประกอบการเดิมอย่างรอบคอบ ส่วนการจัดระเบียบมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อยู่ระหว่างให้คณะอนุกรรมการพื้นที่ลงติดตามข้อมูลอยู่ ซึ่งมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ ประมาณ 1 แสนคัน และน่าจะสรุปแนวทางได้ในสิ้นเดือนส.ค.นี้