ค้นโรงเพาะเห็ดดัดแปลงแปรรูปไม้เถื่อน

วันที่ 17 มิ.ย. 2557 เวลา 22:23 น.
ค้นโรงเพาะเห็ดดัดแปลงแปรรูปไม้เถื่อน
กาญจนบุรี-ป่าไม้สนธิตำรวจตรวจค้นโรงเพาะเห็ดดัดแปลงเป็นโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนยึดของกลางไม้แดงจำนวนมาก ส่วนเจ้าของพร้อมคนงานเผ่นหนีไปได้หวุดหวิด

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.นายบุญสืบ สมัครราช ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ได้รับการประสานจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไทรโยค ว่า พบโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนภายในบริเวณหลังบ้านเลขที่ 123 หมู่ 3 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายวิวรรธน์ มองเห็นทวีโชค หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ กจ.10 (ห้วยน้ำขาว) และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อไปถึงพบเป็นโรงเพาะเห็ดสภาพเก่า สร้างด้วยโครงเหล็กหลังคามุงจาก แปรสภาพเป็นโรงงานแปรรูปไม้ ภายในมีโต๊ะสนุ๊กเกอร์ 1 โต๊ะ มีไม้แปรรูปรวมทั้งไม้ท่อนที่ใช้สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ วางเรียงรายอยู่ ตรวจนับไม้แปรรูปยาว 2.50 เมตร จำนวน 245 แผ่น ปริมาตรรวมกัน 2.055 ลูกบาศก์เมตร รัฐเสียหายเป็นเงิน 31,404 บาท ส่วนไม้ท่อนไม้แดงจำนวน 37 ท่อน ยาวท่อนละ 2.50 เมตร ปริมาตร 2.202 ลูกบาศก์เมตร รัฐเสียหาย 21,756 บาท นอกจากนี้ยังมีเฟอร์นิเจอร์ไม้พร้อมเก้าอี้ที่ประกอบเสร็จแล้วอีก 5 ชุด อุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าที่ใช้สำหรับแปรรูปไม้ชนิดต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงยึดเอาไว้เป็นของกลางจากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.10 (ห้วยน้ำขาว)

นายบุญชู สืบสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 กล่าวว่า โรงงานแปรรูปไม้เถื่อนที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบมี นายมณฑล นิ่มน้อย ซึ่งเป็นลูกบ้านเป็นเจ้าของ เดิมทีบริเวณดังกล่าวเปิดเป็นโรงเพาะเห็ด แต่ธุรกิจไปไม่รอด นายมณฑล จึงหันมาประกอบอาชีพแปรรูปไม้เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ไปจำหน่ายให้กับลูกค้าที่สั่งออเดอร์เข้ามา แต่ไม่ทราบว่าทำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ด้านนายบุญสืบ กล่าวอีกว่า ว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค ว่าขณะกำลังไล่จับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่เสพยาบ้า และหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด แต่ไม่สามารถติดตามจับกุมได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน เมื่อมาถึงโรงเพาะเห็ด จึงเข้าไปตรวจสอบแต่ปรากฏว่า ภายในกลับเป็นโรงงานแปรรูปไม้เถื่อน จึงรีบแจ้งให้มาทำการตรวจสอบ อีกทั้งอยู่นอกเขตรับผิดชอบของ สภ.ไทรโยค เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวจึงแจ้งให้ สภ.ลาดหญ้า เจ้าของท้องที่รับผิดชอบทราบ แต่ขณะนั้นเจ้าของโรงงานแปรรูปและคนงานได้ไหวตัวหลบหนีไปเสียก่อน อย่างไรก็ตามจะได้ทำบันทึกรายละเอียดจำนวนของกลางทั้งหมด เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ นายมณฑล และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป