จ่อขอหมายศาลค้นจับกุมข้าวเขมรโผล่พิจิตร

วันที่ 24 ก.พ. 2557 เวลา 20:56 น.
จ่อขอหมายศาลค้นจับกุมข้าวเขมรโผล่พิจิตร
พิจิตร-กมธ.วุฒิสภายันข้าวเขมรโผล่พิจิตร4หมื่นตันเร่งรวมหลักฐานขอหมายศาลค้นจับกุม

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี รองประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการที่เฝ้าติดตามการทุจริตโครงการรับจำข้าว โดยเฉพาะที่จังหวัดพิจิตรได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของโรงสีในจังหวัดพิจิตรมานานกว่า 8 เดือนแล้ว จึงได้ข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการสั่งซื้อข้าวท่อนและปลายข้าวนำเข้าจากประเทศเขมรด้วยวิธีการขออนุญาตจากอธิบดีกรมการค้าภายในโดยการยอมเสียภาษีศุลกากร กก.ละ 1 บาท เป็นข้าวท่อนและปลายข้าวจำนวน 4 หมื่านตัน โดยใช้ชื่อ บริษัททวีพรพืชไร่ เป็นผู้สั่งนำเข้ามาทางจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดสระแก้ว โดยมีการจับได้ว่าเป็นข้าวสาร 5%คุณภาพต่ำ โดยมีปลายทางส่งมายังโรงสีในเขตอำเภอตะพานหิน ซึ่งขณะนี้มีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าเป็นใครบ้าง ซึ่งกำลังรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนคาดว่าในเร็ววันนี้จะขอหมายศาลเข้าตรวจค้นและถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งความดำเนินคดีและขอหมายศาลจับกุมทันที เนื่องจากเรื่องนี้เป็นคดีเศรษฐกิจที่ทำลายเศรษฐกิจของประเทศและทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียเงินนับหมื่นล้านบาท ไปกับการฉ้อฉลที่อาจมีการเวียนเทียนจำนำข้าวในจังหวัดพิจิตร

พล.ต.ท.ยุทธนา กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีสินค้าพวกนี้มากมายมหาศาลเต็มโกดังรับบาลอยากระบายขายข้าวใจจะขาด เพื่อจะนำเงินมาหมุนเวียนในโครงการเพื่อช่วยชาวนา แต่อธิบดีกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์กลับไปลงนามอนุญาตให้สั่งนำเข้าข้าวท่อนและปลายข้าว แต่ยัดไส้เป็นข้าวสาร 5%คุณภาพต่ำที่ปลายทางระบุว่าส่งให้กับโรงสีหลายแห่งในอำเภอตะพานหิน แต่ตอนนี้ตนเองยังไม่ขอระบุชื่อว่าชื่อโรงสีอะไร เพราะว่าไม่อยากให้เสียรูปสำนวนการสอบสวน ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2557 กมธ.เกษตรฯวุฒิสภามาตรวจราชการที่พิจิตรก็ได้ระบุไปว่าอยากจะขอไปดูโรงสีที่ต้องสงสัยนี้ แต่เจ้าของโรงสีไม่ยอมให้คณะของ กมธ.เกษตรฯวุฒิสภา เข้าไปในโรงสี ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ไม่เป็นไรเพราะโรงสีแห่งนั้นไม่ได้เข้าโครงการรับจำนำข้าวเราจึงเข้าไปไม่ได้เพราะเป็นสถานที่ส่วนบุคคลจึงกลับกรุงเทพฯ และให้คณะทำงานกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและจะกลับมาที่จ.พิจิตรอีกครั้งพร้อมกับหมายศาลในเร็ววันนี้

"เพื่อเอาตัวคนทำลายเศรษฐกิจของชาติมารับโทษให้จงได้ ส่วนที่ว่าใครจะมีความผิดติดร่างแหบ้างนั้นคงจะดูที่เจตนาและการกระทำกีโดยเฉพาะเจ้าพนักงานของรัฐที่จะอ้างไม่รู้ไม่เห็นขาดเจตนา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็คงต้องสอบสวนให้ชัดเจนเราไม่มีอคติกับใคร ขอทำงานตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและขอร้องไม่ต้องโทรศัพท์มาเคลียร์หรือส่งคนมาเจรจา แต่ถ้ามาเจรจาก็จะถือว่าคำพูดทุกคำนั้นจะถูกบันทึกไว้เพื่อประโยชน์ในรูปคดี ”พล.ต.ท.ยุทธนา กล่าว