ปลูกผักกินเอง คนกรุง (เทพฯ) ทำกันแล้ว

วันที่ 11 ก.พ. 2557 เวลา 09:34 น.
ปลูกผักกินเอง คนกรุง (เทพฯ) ทำกันแล้ว
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์ + อมรินทร์ HOW TO

ไม่เคยปลูกผักกินเอง แค่คิดก็ไม่เคยอยู่ในหัว ยิ่งมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ บ้านอยู่กรุงเทพฯ นอนคอนโด เช่าอพาร์ตเมนต์ กระทั่งมีบ้านหลังโตๆ หลังบ้านมีที่ดินแปลงพอเหมาะ ก็ไม่เคยคิดจะปลูกผัก

ความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่เรา แต่คนกรุงเทพฯ ส่วนมากก็เป็นกัน ตัดรำคาญ หรือด้วยเพราะขี้เกียจ ไม่มีเวลา รักสบาย ไม่อยากหลังขดหลังแข็ง อยากกินผักสดก็แค่ไปเดินตลาด แวะซูเปอร์มาร์เก็ตหรู สารพัดผักก็มีพร้อมเสิร์ฟ จะปลอดสาร จะนำเข้าจากต่างประเทศมีหมด

 

อาจจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับหลายคนๆ มากกว่านั้น อาจจะเป็นเรื่องยากและเรื่องใหญ่ หากคิดจะปลูกผักกินเอง แต่กับแม่บ้านเมืองกรุงคนนี้ “ศิริกุล ซื่อต่อชาติ” ปลูกผักกินเอง เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ชิลชิล เบาๆ เพราะวันนี้เธอมีความสุขมากกกกก...ในการปลูกผัก

1.ชีวิตแม่บ้านเมืองกรุง ลองนึกภาพตามดูนะ ว่าวันๆ หนึ่งหมดไปกับอะไร ล้างจาน ซักผ้า ขัดส้วม เลี้ยงหมา เลี้ยงแมว ก็ต้องเจียดเวลาบางเสี้ยวไปดูแล เสร็จก็ต้องเตรียมกับข้าวมื้อเย็นให้ลูกและสามี แล้วไหนจะคุณตา คุณยาย ถ้าท่านมาอาศัยอยู่ด้วย ว่างจริงๆ ไม่มี

หนึ่งวันหมดไปอย่างไม่ไร้ประโยชน์ แต่มันโคตรจะเป็นงานรูทีน ทำประจำ ทำซ้ำๆ ทุกวี่วัน เบื่อและหน่าย แต่นั่นคือหน้าที่ที่แม่บ้านเมืองกรุงต้องปฏิบัติ

 

ไม่ต่างกับชีวิตแม่บ้านของศิริกุล มีความสุขก็จริง แต่นานไปก็ย่อมเบื่อและหน่ายเป็นธรรมดา โชคดีที่เธอชอบเข้าครัว ทำกับข้าวเอง เธอจ่ายตลาดเอง เธอชอบกินผัก จึงมักมุ่งไปแผงผักสด และเธอก็ชอบไปเดินงานแฟร์ที่มีผักขาย วันหนึ่งเธอก็ไปพบกับเครือข่าย “สวนผักคนเมือง” เธอสนใจ ทว่าก็ยังยึกยัก เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำสำเร็จหรือไม่

ไม่มีอะไรมาได้ง่ายๆ กระทั่งการปลูกผัก ความรู้การปลูกผักของศิริกุลมีค่าแค่ศูนย์ ไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่าผลผลิตน่ากิน เธอตัดสินใจไปอบรมการปลูกผักกับเครือข่ายสวนผักคนเมือง หนึ่งวันเต็มๆ วิชาปลูกผักก็ซึมซับเข้าหัวแม่บ้านคนนี้ เธอมุ่งมั่นที่จะลองมาปลูกผักเองที่บ้าน

 ผ่านไปไวอย่างไม่น่าเชื่อ ศิริกุลก้าวข้ามความไม่รู้สู่กูรูคนเมืองที่สามารถปลูกผักกินเอง เธอบอกกับเราด้วยน้ำเสียงแช่มชื่น สีหน้าสดใส ผักทำให้เธอหลุดออกจากโลกแคบๆ ได้เห็นโลกกว้าง ได้พบโลกใหม่ จากชีวิตแม่บ้านที่อยู่แต่ในบ้าน ไม่เคยเห็นเดือนเห็นตะวัน เห็นสังคมและชุมชนที่ตัวเองอยู่ เลวร้ายกว่านั้น แม่บ้านบางรายก็แทบไม่เคยโผล่หน้ามาส่งเสียงทักทายกับบ้านข้างเคียง ซึ่งศิริกุลยืนยันว่าเธอก็ (เคย) เป็นเช่นนั้น

“วันๆ ดิฉันก็จะอยู่แต่ในบ้าน มีงานที่ต้องทำ ทำเสร็จก็ไม่เคยออกไปเดินนอกบ้าน เว้นก็แต่จะไปตลาด ซื้อผัก หรือถ้าจะไปเดินงานแฟร์ก็นานๆ ที นอกนั้นชีวิตคืออยู่ในบ้าน

ชีวิตดิฉันเปลี่ยนไปเมื่อเริ่มมาปลูกผัก เมื่อก่อนดิฉันไม่แตะคอมพิวเตอร์เลย ไม่เคยคิดจะเล่น เมื่อก่อนไม่รู้จักเพื่อนบ้านเลย แทบไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ชื่ออะไร ไม่รู้เลยค่ะ เพราะดิฉันก็จะมีชีวิตส่วนตัวแบบแม่บ้านในบ้านของตัวเอง ไม่สุงสิงกับใคร ไม่สังคม อยู่แต่ในบ้าน ในโลกของตัวเอง

 พอดิฉันลงมือปลูกผัก ดิฉันก็มีโอกาสเดินรดน้ำผัก กระถางผักไม่ได้มีแค่ระเบียง แต่มันยังถูกขยายไปอยู่หน้าบ้าน กำแพงบ้านด้านนอก ดิฉันเดินพรวนดิน รดน้ำ ก็ได้เห็นวิถีชีวิตเพื่อนบ้าน ได้เห็นวิถีชุมชนที่ตัวเองอาศัยอยู่ รู้เลยว่ามีบ้านร้าง มีพงหญ้ารก ซึ่งถ้าไม่ได้ปลูกผัก ดิฉันก็ยังเชื่อว่าดิฉันจะรู้จักแค่บ้านตัวเอง แค่นั้นจริงๆ”

2.เข้าสู่ปีที่ 4 แล้วที่ศิริกุลปลูกผักกินเอง บ้านสองชั้นในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 เต็มไปด้วยผัก จะว่าบ้านเธอร่มรื่นเพราะผักก็ไม่ผิด ระเบียงบนบ้าน หน้าบ้าน กำแพงสีส้มด้านนอกถูกแขวนด้วยกระถางผัก เป็นกระถางทำง่ายๆ ดีไอวายจากของเหลือใช้ บ้างก็ลงทุนซื้อใหม่ กลายเป็นไม้ประดับบ้านไปในตัว

ผักที่เธอปลูกก็หลากหลาย ผักสมุนไพร ผักเครื่องลาบ ผักแกงจืด ผักสลัด ผักเครื่องต้มยำ ถั่วงอก ต้นอ่อนทานตะวัน ไช้เท้า โต้วเหมี่ยว เห็ดนางรมเธอก็เพาะเอง บางชนิดคุ้น มีขายในตลาด ในซูเปอร์มาร์เก็ต จากคนไม่รู้ จากคนปลูกผักไม่เป็น จากบ้านที่ไม่มีพื้นที่ ไม่มีที่ดิน ศิริกุลพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ ประจักษ์พยานก็คือผักที่กำลังออกผลผลิต

“ต้องเริ่มจากความคิดที่ว่าเราชอบกินผักอะไรก่อนเลยค่ะ ชอบกินผักอะไรก็ให้ปลูกผักชนิดนั้น อย่าเริ่มจากสิ่งที่ไม่ชอบ ควรเริ่มจากสิ่งใกล้ๆ ตัวและตัวเราชอบนี่แหละ มันจะทำให้เรามีกำลังใจ ลงกระถางปลูกแล้ว เราก็รอมันเจริญเติบโต ยิ่งถ้าค่อยๆ โต เราในฐานะคนปลูกก็ยิ่งจะรู้สึกดี ลุ้นไปกับผักที่เราปลูก

ความรู้มันมาจากการลงมือทำ ลงมือปฏิบัติค่ะ ประสบการณ์ตรงล้วนๆ ค่ะ ที่จะทำให้เราพบว่าการปลูกผักไม่ใช่เรื่องยากและเรื่องใหญ่ ทุกคนทำได้ ไม่ว่าจะมีความรู้ หรือไม่เคยคิดปลูกผักก็ตาม”

เพราะความไม่รู้นำไปสู่การเป็นผู้รู้ แต่กว่าจะรู้ ศิริกุลก็ต้องผ่านบททดสอบมากมาย แต่เธอก็เอาชนะมาได้ โดยเอาตัวเองเข้าแลก โดยมีสามีคอยให้กำลังใจ ขณะที่ดอกผลที่เธอทุ่มเทแรงกายปรากฏ เพื่อนบ้านก็เริ่มให้ความสนใจ อยากจะปลูกผักบ้าง

“หน้าบ้านดิฉันจะขึ้นป้ายว่า ‘เด็ดได้ไม่ต้องขอ ไม่พอลองปลูกนะคะ’ คืออยากจะบอกเพื่อนบ้านว่าผักที่อยู่หน้าบ้าน หรือกำแพงบ้านดิฉัน สามารถเด็ดไปกินได้ค่ะ แต่ที่ต้องห้อยท้ายว่า ไม่พอลองปลูกนะคะ ก็อยากให้ทุกคนลองมาปลูกผักกินเอง แล้วจะรู้ว่ามันได้อะไรมากกว่าที่คิด”

การปลูกผักของศิริกุล ไม่ใช่สักแต่ว่าปลูก เธอดูแลอย่างดี ใส่หัวใจ ใส่ความรักลงไป แต่ละกระถางเธอรดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ยด้วยตัวเอง พันธุ์ผักรวมทั้งดินที่ปลูก เธอก็มีการเลือกสรรและปรุงดิน ถามเธอเหนื่อยมั้ย เธอบอกซื่อๆ เหนื่อยแต่ภูมิใจ สุขใจ ยิ่งเมื่อผลผลิตผลิบานพร้อมเก็บ ในฐานะคนปลูกก็ยิ่งหน้าชื่นตาบาน

 

ที่สำคัญ เธอแนะนำว่าอย่าปลูกผักโดยทำให้ตัวเองลำบาก ตัวเองเดือดร้อน หรือยุ่งเพราะมัวแต่ปลูกผักก็ใช่ที่ ต้องปลูกผักแบบพอกำลังที่ตัวเองทำได้ อย่าให้การปลูกผักเป็นภาระหนักอก อย่างนั้นไม่ดี

3.คำถามว่าจะเริ่มต้นยังไงปลูกผักน่ะ เริ่มเลย อยากปลูกก็อย่าลังเล อย่ารีรอ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ศิริกุลบอกอย่างนั้น ถ้าแค่คิดแต่ไม่ลงมือปลูก คงไม่มีวันได้ปลูกแน่นอน วัดจากตัวเธอ ถ้าไม่เริ่มวันนั้น ก็คงไม่เดินทางมาไกลขนาดนี้

เรื่องพื้นที่ เรื่องไม่มีที่ดิน หมดปัญหา บ้านของเธอก็ไม่ได้กว้างขวาง อยู่ที่มองให้ออก ใช้ให้ถูก พื้นที่ระเบียงคอนโด อพาร์ตเมนต์ บ้านเช่า หรือหน้าบ้าน กำแพงบ้าน ล้วนแต่ดัดแปลงเป็นแปลงปลูกผักได้ ไม่ก็ปลูกลงกระถาง แขวน ห้อย ตั้ง อ่อ อีกที่หนึ่งดาดฟ้าอย่ามองข้าม ได้แปลงผักขนาดใหญ่เชียวล่ะ ใครอยู่บ้านตึกแถว ลองมองหาดาดฟ้า อย่าปล่อยให้เป็นที่ตากผ้าอย่างเดียว

“พอปลูกแล้วก็ชักจะติดใจค่ะ หยุดไม่ได้ พื้นที่ก็ขยายออกไป ตอนนี้ไม่ใช่แค่บ้านดิฉันแล้วนะคะ บ้านร้าง ที่ดินรก ดิฉันก็ไปขอใช้พื้นที่เป็นแปลงผัก จากเดิมที่ดูน่ากลัว ก็กลายเป็นแปลงผักสีเขียว ผักช่วยได้เยอะเลยค่ะ พอได้ผลผลิตก็แบ่งให้เจ้าของที่ จนตอนนี้บางบ้านเริ่มหันมาถางหญ้าข้างบ้านเพื่อจะปลูกผักเอง ซึ่งดิฉันก็ว่าดีนะ

การปลูกผักทำให้ดิฉันประหยัดได้เยอะค่ะ ค่าใช้จ่ายในส่วนผักที่ต้องซื้อแทบไม่มีเลย อยากกินผักอะไรก็เดินไปเด็ด ตัก หรือเก็บจากกระถาง เมื่อก่อนดิฉันชอบซื้อผัหปลอดสารกับผักนำเข้า ตอนนี้เลิกแล้วค่ะ เพราะรู้ว่ามันไม่ปลอดภัย แถมราคาก็แพง สู้กินผักที่ปลูกเองนี่ละค่ะ มั่นใจว่าปลอดภัย

ขอย้ำว่าแม่บ้านคนนี้ปลูกเพื่อเก็บกินในแต่ละวัน วันนี้อยากกินแกงจืด เธอก็เดินเลียบๆ เคียงๆ ไปหากระถางผัก ผัดวุ้นเส้น แกงเลียง ผัดกะเพรา ต้มยำ แม้แต่ลาบ ขาดไม่ได้ อาหารเหนือที่สามีเธอโปรดปราน ก็มีผักพื้นบ้านใส่ในหม้อแกง

 

“ปกติในหมู่บ้านจะมีรถกระบะขายกับข้าวมาขายทุกวัน ก่อนหน้าจะปลูกผัก วันไหนไม่มีเวลาไปตลาดเอง ดิฉันก็อุดหนุนอยู่บ่อยๆ ตอนนี้ไม่ได้สตางค์ดิฉันเลยค่ะ จะซื้อก็แค่จำเป็นจริงๆ เช่น ไข่ หรือจำพวกเนื้อสัตว์ จำพวกผักดิฉันไม่เคยเสียสตางค์อีกต่อไป (หัวเราะร่วน) เพราะผักที่ดิฉันปลูกเองน่ากินกว่าเยอะค่ะ”

(รายละเอียดการปลูกผักสามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ www.thaicityfarm.com หรือถ้าเป็นหนังสือก็ต้องเล่มนี้ ปลูกผักกันเถอะ สนพ.อมรินทร์ HOW TO)