"บิ๊กจิ๋ว"ควงหลานสาวเลือกตั้ง

วันที่ 02 ก.พ. 2557 เวลา 15:40 น.
"บิ๊กจิ๋ว"ควงหลานสาวเลือกตั้ง
นครพนม-บิ๊กจิ๋วพาหลานสาวใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เชื่อมั่นขัดแย้งดีขึ้น แนะทุกฝ่ายหาทางออกเพื่อชาติ

บรรยากาศการเลือกตั้ง สส.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด โดยภาพรวมเป็นไปด้วยความคึกคักและเรียบร้อย เช่นที่หน่วยเลือกตั้ง ที่ 29 เขตเลือกตั้งที่ 2  วัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.นครพนม  พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วย  น.ส.ณัฏฐ์พัชร  ยงใจยุทธ  หรือน้ำผึ้ง  หลานสาว ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร นายก อบจ.นครพนม เดินทางไปลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ในเขตเลือกตั้งที่ 2  โดยในวันนี้มีเพียง น.ส.ณัฏฐ์พัชร เท่านั้นที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต ได้ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าแล้วที่ กทม.  ส่วนคุณหญิงพันธ์เครือ ยงใจยุทธ  ภรรยา  ไม่สามารถมาลงคะแนนได้ เพราะป่วย ยังพักรักษาตัวที่บ้านพัก กทม.

พล.อ.ชวลิต  กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนจะจบเรื่องความขัดแย้งหรือไม่ต้องรอดูภายหลังการเลือกตั้ง แต่เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะได้ทำไปตามระบอบประชาธิปไตยที่จะต้องมีการเลือกตั้ง และส่วนหนึ่งจะเป็นการพิสูจน์ระหว่าง 2 ฝ่าย ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง กับต้องการคัดค้าน  ว่าจะหาทางออกแบบไหน เพื่อให้ความขัดแย้งจบ สำหรับความรุนแรงหลังจากนี้เชื่อว่าไม่เกิดขึ้น เพราะถึงจุดสุดท้ายแล้วทั้งสองฝ่ายน่าจะมาหาทางออกร่วมกัน เพราะทำไปแล้วมีแต่ความเสียหายต่อประเทศชาติ ซึ่งก็ได้ชี้แนะไปก่อนหน้านี้แล้วว่าทั้งสองฝ่ายต้องคุยกันหาทางออก ส่วนทางพรรคภูมิใจไทยนั้นไม่ได้มีการพูดคุยกัน นอกจากแนะแนวทางทั้งสองฝ่ายมาคุยกันให้จบ

ส่วนที่จ.กาฬสินธุ์ บรรยากาศการเลือกตั้งทั้ง 6 เขต 18 อำเภอ จำนวน 1,609 หน่วยเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางออกมาลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนเปิดหีบ โดยไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาต่อต้านหรือขัดขวางแต่อย่างใด โดย จ.กาฬสินธุ์มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 764,850 คน กกต.คาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 60% ซึ่งหลังจากปิดหีบเลือกตั้งจะสามารถนับคะแนนได้เลย แต่ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รวบรวมและเผยแพร่ผลคะแนนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากต้องรอรวมผลคะแนนกับการเลือกตั้งล่วงหน้า 23 กุมภาพันธ์ 2557 แต่ประชาชนสามารถนั่งนับและจดคะแนนเองได้

ที่จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 157 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดหลักร้อย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีผู้สมัคร สส.พรรคชาติพัฒนา อาทิ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา, นายประเสริฐ บุญชัยสุข รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายเทวัญ ลิตพัลลภ น้อยชายนายสุวัจน์ฯ และนายวัชรพล โตมรศักดิ์ เดินทางมาให้กำลังใจด้วย

นายสุวัจน์ กล่าวว่า บรรยากาศการเลือกตั้งของจ.นครราชสีมาครั้งนี้ จากการสอบถามไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยดี ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น แต่ต้องรอดูว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากน้อยเพียงใด ส่วนบรรยากาศทั่วประเทศนั้น ตนยังไม่ทราบว่ามีจังหวัดใดเกิดความรุนแรงขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีให้เกิดขึ้น เพราะสำหรับระบอบประชาธิปไตยนั้น คิดว่าการเลือกตั้งนี้เหมือนเป็นวันที่ประชาชนจะให้คำตอบกับการเมืองว่า ที่ผ่านมานั้นประชาชนส่วนใหญ่คิดอย่างไร ดังนั้นผลของการเลือกตั้งครั้งนี้หากทำให้เป็นที่ยอมรับ และทำให้มีความชอบธรรม ก็จะสามารถบอกได้ว่าพี่น้องประชาชนต้องการอะไร และจะทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายได้ดีขึ้น ส่วนความคาดหวังในที่นั่ง สส.ของพรรคชาติพัฒนานั้น ตนพูดเสมอว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปตามปกติ จึงไม่ต้องการคาดหวังที่นั่ง ส.ส.ในสภามากนัก และเชื่อว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ก็คงจะไม่อยากคาดหวังเหมือนตน เพียงแต่ต้องการเข้ามาช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์การเมืองให้มีความสงบเรียบร้อยเท่านั้นเอง

ที่ศาลาวัดบ้านพานทา  ต.โพธิ์  อ.เมือง  จ.ศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่  31  เขตเลือกตั้งที่  1  มีประชาชนชาว  จ.ศรีสะเกษ  ที่อยู่ใกล้หน่วยเลือกตั้งแห่งนี้พากันทยอยมาลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.กันอย่างคึกคัก จนต้องต่อแถวเข้าคิวยาว  เพื่อเข้าไปลงคะแนน  เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งต้องทำงานอย่างหนัก  เพื่อให้บริการลงคะแนนเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ซึ่งหน่วยเลือกตั้งแห่งนี้จะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ  ทำให้มีบรรดานักศึกษาพากันมาลงคะแนนเลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง  ขณะเดียวกันหน่วยเลือกตั้งที่  30 ซึ่งอยู่ใกล้กันก็มีประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งค่อนข้างหนาตาเช่นกัน

น.ส.เสาวลักษณ์ อาศรม ชาว ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และเป็นนักศึกษาชั้นปีที่  1  คณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ กล่าวว่า เพิ่งจะมีสิทธิ์มาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เป็นครั้งแรก  ทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง  สส.ในฐานะประชาชนชาวไทยคนหนึ่ง  ซึ่งการที่มีการชุมนุมทางการเมืองอยู่ในขณะนี้  ตนเห็นว่าเป็นการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในประเทศชาติ  อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้เจรจาพูดคุยกัน  เพื่อหาทางแก้ปัญหาของบ้านเมืองให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว  เพื่อที่จะได้พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยะประเทศต่อไป

ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านจะแกโกน หมู่ที่ 16 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ สถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. สุรินทร์ แบบแบ่งเขต เขต 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 17 และหน่วยเลือกตั้งที่ 18  ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์  เป็นชุมชนขนาดใหญ่ประกอบด้วยหมู่บ้านจะแกโกน หมู่บ้านการเคหะ-เอื้ออาทร หมู่บ้านเทพธานี เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เปิดหีบเลือกตั้ง  ในเวลา 08.00 น. พบว่ามีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งบางตา สำหรับประชาชนที่มาใช้สิทธิได้ชูบัตรประชาชนถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกในการออกมารักษาสิทธิของตนเอง แม้กระทั้งคนพิการที่นั่งเข็นมาไกลกว่า 1 กม. เพื่อมาใช้สิทธิในครั้งนี้

ที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขต 1 ของนายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ผู้สมัคร เบอร์ 6 พรรคภูมิใจไทย พบใบปลิวจำนวนมาก มีข้อความว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ใน “ภาวะไม่ปกติ” เป็นอย่างยิ่ง จนถึงขั้นไม่สามารถเลือกตั้งได้ครบทุกเขตและไม่สามารถเปิดสภาได้ แต่เพื่อเป็นการส่งเสริมและปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ตนขอความเมตตาได้โปรดเลือกตนเอง ไว้เป็นผู้รับใช้ ตนเชื่อมั่นว่าเงิน 100 บาทคงซื้อใจประชาชนไม่ได้ โปรดเลือกเบอร์ 6 โดยไม่ยึดติดกับเงินที่จะมาทุ่มซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง เพื่อเป็นการปฏิรูปการเมือง เพื่ออนาคตที่มั่นคงของประเทศไทย “ใครให้เงินจงเอา ใครให้เหล้าจงดื่ม แต่อย่าเลือก”

นอกจากนี้การเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง สส.สุรินทร์ ทั้ง 8 เขต เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยในแต่ละหน่วย อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ ได้ตั้งเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งจำนวนกว่า 25,000 คน   สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 2,127 หน่วย จำนวนผู้มีสิทธิ จำนวน 1,026,562 คน