ชายแดนไทยยังปกติทหาร2ฝ่ายประสานงานใกล้ชิด

  • วันที่ 11 พ.ย. 2556 เวลา 16:11 น.

ชายแดนไทยยังปกติทหาร2ฝ่ายประสานงานใกล้ชิด

ชายแดนไทย-พระวิหารใกล้พระวิหารยังปกติ ไม่มีความตึงเครียด โดยทหาร2 ฝ่ายยังประสานงานติดตามคำพิพากษาศาลโลกใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.บริเวณแนวชายแดนด้านปราสาทตาควาย ต.บักได และปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังสุรนารี ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมปราสาททั้ง 2 แห่ง อย่างไม่มีกำหนดในช่วงที่ศาลโลกตัดสินเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองประเทศที่ปักหลักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวพูดจาหารือและจับมือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ว่าศาลโลกจะตัดสินออกมาในทิศทางใดเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลทั้งสองประเทศที่ยึดแนวปฎิบัติร่วมกันเพื่อความสันติสุขของทั้งสองประเทศ

ขณะที่ีบรรยากาศชายแดนไทย-กัมพูชาที่จ.สุรินทร์ ยังคงปกติและไม่มีความตึงเครียดทหารไทยและกัมพูชายังคงปฏิบัติหน้าที่ประจำการยังฐานที่มั่นในทุกจุดตลอดแนวชายแดนเพื่อรับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่น่าไว้วางใจขึ้นในพื้นที่ช่วงศาลโลกตัดสินคดีเขาพระวิหารเย็นนี้ 

อย่างไรก็ตามทหารทั้งสองฝ่ายยังคงมีมิตรสัมพันธ์และประสานงานกันได้ตามปกติตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและผู้บัญชาการทหารระดับสูงของทั้ง สองประเทศ ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างยาวนานระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาในพื้นที่ โดยผ่านคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (อาร์บีซี) ที่มีการพัฒนาความสัมพันธ์ของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ของทุกระดับหน่วยมาอย่างต่อเนื่องโดยเน้นหลักสันติวิธีอีกด้วย

ขณะที่ชาวบ้านตลอดแนวชายแดนด้าน จ.สุรินทร์และชาวกัมพูชาด้าน จ.อุดรมีชัย ซึ่งตรงข้าม จ.สุรินทร์ ยังคงมีการดำเนินชีวิต ออกไปทำไรทำนาและไปกรีดยางกันตามปกติ  ส่วนใหญ่ต่างก็ไม่ต้องการให้เกิดสงครามอยากให้ทั้งสองประเทศเจรจาด้วยสันติวิธีเพราะจะส่งผลให้ประชาชนทั้งสองประเทศดำเนินชีวิตอย่างยากลำบากหากเกิดสงคราม

นายเทพ วัน พ่อค้าปลาชาวกัมพูชา กล่าวว่า ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบข่าวที่ศาลโลกจะมีคำพิพากษาในวันนี้ และส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก  อีกทั้งไม่ได้วิตกว่าจะเกิดสงครามเพราะเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ของรัฐบาลทั้งสอง ประเทศ แต่ก็ภาวนาว่าอย่าให้มีการสู้รบเกิดขึ้น เพราะจะกระทบกับการค้าชายแดน ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวไทยและกัมพูชาตลอดแนวชายแดน ที่ต้องหาเช้ากินค่ำ  และคาดหวังว่าศาลโลกจะพิพากษาเอประโยชน์ให้ทั้งสองประเทศ

ด้าน จ.บุรีรัมย์ ตลอดแดนามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านอ.บ้านกรวด และละหานทราย ยังคงดำเนินชีวิตเป็นปกติ แต่ระดมจ้างแรงงานเร่งเก็บกู้หัวมันสำปะหลังในไร่ตามตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อนำไปขาย หวั่นเกิดเหตุสู้รบบานปลาย จนไม่สามารถเข้าไปเก็บกู้ได้ ขณะบางส่วนเตรียมตัวเฝ้ารอชมถ่ายทอดศาลโลกตัดสินคดีเขาพระวิหาร

สำหรับตลาดโรงเกลือ อ.อรัญญประเทศ จ.สระแก้ว บรรยากาศไม่คึกคักเหมือนทุกวันที่ผ่านมาเนื่องจากมีประชาชาชนชาวกัมพูชาเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าลดลงกว่า 50% เนื่องจากชากัมพูชาในตลาดปอยเปต ยังไม่วางใจสถานการณ์บริเวณชายแดน  เกรงว่าหากศาลโลกคำพิพากษาออกมาทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียเปรียบ เชื่อว่าประชาชนและประเทศนั้นจะไม่พอใจ และอาจทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายได้ จึงเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ในฝั่งกัมพูชาและสั่งสินค้ามาตุนไว้

ขณะที่ จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม หมู่ที่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน และจุดผ่อนปรนบ้านซับตารี หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ชาวกัมพูชายังคงข้ามแดนเข้ามาซื้อสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และยังคงเดินทางเข้ามารับจ้างเป็นแรงงานตามสวนผลไม้ในพื้นที่อ.สอยดาว และอ.โป่งน้ำร้อน จัตามปกติเหมือนทุกวัน เช่นเดียวกันกับจุดผ่านแดนอื่นๆ รวม 5 จุดของจ.จันทบุรีก็ยังคงปกติ ชาวบ้านแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ค่อยสนใจข่าวสารบ้านเมือง และมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมายาวนาน

ที่ด่านบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็กอ.คลองใหญ่ จ.ตราด ประชาชนไทยและกัมพูชายังคงเดินทางไปมาหาสู่กันปกติตลอดทั้งจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคตามปกติ ส่วนใหญ่งเชื่อว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์ีรุนแรงใดๆและหตุการณ์ความไ่ม่สงบ ตามแนวชายแดนจนต้องปิดด่านในขณะนี้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ