ม็อบแม่เมาะร้องอพยพพ้นโรงไฟฟ้า

วันที่ 07 ต.ค. 2556 เวลา 19:50 น.
ม็อบแม่เมาะร้องอพยพพ้นโรงไฟฟ้า
ชาวแม่เมาะชุมนุมจี้รัฐบาลอพยพออกพื้นที่ผลกระทบโรงไฟฟ้าเหตุเดือดร้อนจากมลพิษนานหลายปี

ชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง จาก  5 หมู่บ้าน กว่า 500 คน ได้ขึ้นรถแห่ติดตั้งเครื่องขยายเสียง นำขบวนออกวิ่งไปตามถนนสายผาลาด - โรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ เพื่อชุมนุมเรียกร้องติดตามความคืบหน้า กรณีการขออพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ปัจจุบัน ที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรของโรงไฟฟ้า และเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ ของ กฟผ. ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ บ้านเรือนได้รับผลกระทบทั้งกลิ่น ฝุ่น และเสียง จากการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ ทำให้ชาวบ้านเคยออกมาชุมนุมมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เมื่อเดือนมี.ค. 2556 ได้เคยออกมาชุมนุมปิดถนนทางเข้าโรงไฟฟ้าแล้วครั้งหนึ่ง  แต่เป็นการปิดแค่ครึ่งเลนท์ถนน เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา ชี้แจงความคืบหน้าในการช่วยเหลือ หลังจากชาวบ้านเคยออกมาชุมนุมปิดถนนอย่างต่อเนื่อง

นางแสงจันทร์ มูลซาว ผู้ใหญ่บ้านห้วยคิง หมู่ 6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านทั้ง 5 หมู่บ้าน กล่าวว่า แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือเปลี่ยนรัฐมนตรีที่มาดูแลเรื่องนี้หลายคน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย ซึ่งการชุมนุมเรียกร้องทุกครั้งจะมีคนของรัฐเข้ามาพูดจาตอบตกลงทุกครั้ง และจะพูดรับปากเหมือนกันว่าจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา แต่เรื่องก็เงียบหายไป ฉะนั้นการออกมาชุมนุมครั้งนี้ จึงเป็นการเรียกร้องเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้ภาครัฐ ได้แก่ นายอำเภอแม่เมาะ พลังงานจังหวัดลำปาง และ กฟผ. ออกมาให้คำตอบ และความชัดเจน รวมถึงจี้ให้รัฐบาล ให้เร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้ ชาวบ้าน ไม่ได้จะสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง หรือจะปิดถนนแต่อย่างใด แต่ก็อยากที่จะให้ภาครัฐ ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อชาวบ้าน ได้ออกมาให้ข้อมูลชาวบ้านบ้าง ไม่ใช่หายเข้าไปในกรีบเมฆไป ปล่อยให้ชาวบ้าน ต้องทนอยู่ในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ

ด้านนายนรินทร์ วรรณมหินทร์ นายอำเภอแม่เมาะ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ได้ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี นำโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายรัฐมนตรี และทางกระทรวงพลังงาน ที่จะมีการพิจารณาอพยพชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง จึงขอให้ชาวบ้านใจเย็น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้ข้อสรุปเร็ววัน ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เรื่องเดินหน้า และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แล้ว มีเพียงคณะรัฐมนตรี เท่านั้น ที่จะสรุปพิจารณาในเรื่องดังกล่าว