ผู้ว่าฯนครประกาศห้ามเข้าพื้นที่ม็อบชุมนุม

วันที่ 16 ก.ย. 2556 เวลา 20:16 น.
ผู้ว่าฯนครประกาศห้ามเข้าพื้นที่ม็อบชุมนุม
ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ประกาศให้ควนหนองหงษ์เป็นพื้นที่อันตรายห้ามประชาชนเข้า หลังม็อบ-ตำรวจปะทะเดือด รถเจ้าหน้าที่ถูกเผาเสียหาย 8 คัน

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้ประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.บรรเทาป้องกันสาธารณภัยห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด โดยถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อันตราย เนื่องจากได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 4 ราย ถูกตีที่ศรีษะเย็บ 4 เข็ม 1 รายและอีก 3 รายถูกยิงด้วยหนังสติ๊กศีรษะแตก รวมทั้งมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเผาได้รับความเสียหาย 8 คัน ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมยุติในการทำผิดกฏหมาย

ด้านพล.ต.ต.ยงยุทธ์ เจริญวานิชผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยการถอนกำลังออกนอกพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพว่า ปืนยาวที่อยู่ในรถของเจ้าหน้าที่ 1 กระบอกและปืนพกสั้น 1 กระบอกได้สูยหายไประหว่างการปะทะ รวมทั้งมีการรื้อเอาทรัพย์สินในรถไม่ว่าจะเป็นเสื้อเกราะ,แก๊สน้ำตา ซึ่งยังไม่สามารถสรุปมูลค่าความเสียหายได้

นายวิทยา แก้วภราดรัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลลงมาดูแลและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง วันนี้นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานแบบผิดๆว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังการแก้ปัญหาจึงผิดพลาดและไม่ตรงจุดมาอย่างต่อเนื่อง อยากจะเรียกร้องให้เร่งแก้ไขเพราะตอนนี้ไม่มีใครสามารถคุมผู้ชุมนุมได้เพราะไม่มีแกนนำรอให้สถานการณ์คลี่คลายแล้วมาเจรจาว่าจะทำอย่างไร 

ขณะที่บรรยากาศของการชุมนุมที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาร่วมชุมนุมเพิ่ม ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในพื้นที่และเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์เป็นส่วนใหญ่โดยมีการนำซากรถตำรวจที่ถูกเผามาปิดกั้นถนน

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า กรณี พล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการรนายกฯ ระบุว่าว่าฝ่ายค้านอยู่เบื้องหลังม็อบสวนยางนั้น  ยืนยันว่า ทาง สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ มีหน้าที่ในการดูแลทุกข์ สุข ของประชาชน แล้วไม่มีใครอยากจะไปยุยงให้เกิดปัญหา สิ่งที่เราปรารถนาจะเห็นก็คือว่า ทำอย่างไร ชาวสวนยาง มีรายได้ที่เหมาะสม

"ถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจในการที่จะพูดคุยจริงๆ แล้วก็ไม่มีอคติ หรือมีแนวทางที่เสมือนกับว่า คือดูยังไงก็ยังเป็นการเลือกปฏิบัติอยู่ในเชิงความคิด คือถ้าลดตรงนั้นเสีย ผมว่าคุยกันกับกลุ่มต่างๆ คือต้องยอมรับ  และถ้าเป็นม็อบจัดตั้งจริงๆ มันคงไม่ยุ่งยากซับซ้อนอย่างนี้ แต่นี่มันหลายกลุ่ม เพราะว่าเกษตรกรเขาก็มากันเองโดยธรรมชาติ ผมยังเชื่อว่า ยังอยู่ในวิสัยที่จะทำความเข้าใจ ทำความตกลงอะไรกันได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว