พิลึก!อุทยานฯยึดรถแบคโฮทหาร

วันที่ 31 ส.ค. 2556 เวลา 21:53 น.
พิลึก!อุทยานฯยึดรถแบคโฮทหาร
หัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน นำกำลังเข้ายึดรถแบ็กโฮทหาร ที่เตรียมขุดแหล่งน้ำให้ช้างป่าตามโครงการพระราชดำริ

นายเฉลา ตอนสุข หัวหน้าป้องกันรักษาป่าที่เพชรบุรี 1 (ยางชุม) และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้และจากอุทยานฯกว่า 20 นาย ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณบ่อน้ำเก่า หมู่ 7 บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากถนนราดยางใน ต.ป่างเด็ง ประมาณ 300 เมตร หลังได้รับแจ้งว่ามีการบุกรุกทำลายป่า เบื้องต้นพบว่าในพื้นที่อยู่ระหว่างการขุดตักดินเพื่อทำบ่อเก็บน้ำ เนื้อที่ประมาณ  3 ไร่ สภาพป็นบ่อน้ำเก่าซึ่งมีน้ำอยู่ในบ่อด้านหนึ่งของพื้นที่ มีการขุดดินขึ้นล้อมเป็นคันกั้นน้ำ บนคันมีการแผ้วถางป่าเบญจพรรณที่อยู่รอบๆบริเวณขอบบ่อ มีรถแบ็กโฮจอดอยู่ 2 คันบริเวณขอบบ่อ มีท่อนไม้วางอยู่กลางบ่อ 4 ท่อน และพบเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ หลายนายอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว  สอบถามเบื้องต้นทราบว่ารถแบ็กโฮดังกล่าวเป็นของหน่วยพัฒนาการทหารเคลื่อนที่ 13 (น.พ.ค.13) ได้เข้ามาขุดบ่อน้ำตามโครงการสร้างแหล่งน้ำให้ช้างป่า และระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในโครงการพระราชดำริฯซึ่งอยู่ในการดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

จ.ส.อ.วีระ เขลาลำธาร ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ กล่าวว่า รถแบ็กโฮ ทั้ง2 คัน มาจากหน่วยบัญชาทหารพัฒนาที่ 13 (นพค13) อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มาดำเนินการขุดลอกตามโครงการขุดบ่อน้ำตามโครงการขุดบ่อน้ำให้ช้างป่าของกองทัพ และระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในโครงการพระราชดำริฯซึ่งอยู่ในการดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยจะนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มายืนยันความถูกต้องในการดำเนินงานในวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.นี้ ที่อบต.ป่าเด็ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพิกัดบริเวณที่มีการขุดบ่อน้ำพบว่าอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจริง ซึ่งอยู่จากแนวเขตของอุทยานประมาณครึ่งกิโลเมตร

นายอรรถพล แจ้งเรือง นายกอบต.ป่าเด็ง กล่าวว่า บริเวณที่ขุดบ่อน้ำให้ช้างเป็นบ่อน้ำเดิมอยู่แล้วโดยเป็นพื้นที่จับจองของนางไมตรี คงนุกูล อยู่บ้านเลขที่ 197 หมู่ 7 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่ได้จับจองทำกินดั้งเดิมมานานนับ 10 ปี  การขุดบ่อน้ำให้สัตว์ป่าคือช้างป่าเด็งที่กำลังมีปัญหากระทบกระทั่งระหว่างคนกับช้างมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทัพไทย ในวงเงินงบประมาณจำนวน 4 ล้าน 6 แสนบาท กำหนดสร้างแหล่งเก็บน้ำให้สัตว์ป่ารวม 14 แห่ง ทั้งในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและนอกเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยอยู่ในเขตอุทยาน 7 แห่ง และอยู่ในเขตการดูแลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 7 แห่ง แต่ในเขตอุทยานฯไม่ได้รับอนุญาตจึงมาทำด้านนอกแทนซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการไปสร้างบ่อเก็บน้ำเสร็จไปเพียง1 แห่ง

นอกจากนี้อยู่ระหว่างสร้างบ่อที่ 2 ก็มาเกิดปัญหาจริงๆแล้วการขุดครั้งนี้เป็นการขุดบ่อน้ำให้ช้างและเป็นงบประมาณของทหารและทหารเป็นผู้ดำเนินการเองเพื่อให้ช้างกับคนได้อยู่ร่วมกัน แต่ถ้าเป็นอย่างนี้อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการประชุมกันมาตั้งแต่ต้นจนจบแต่สุดท้ายก็ยังมาเป็นอย่างนี้ ดังนั้นถ้าจะเป็นการบุกรุกก็คงไม่ใช่ เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ในโครงการพระราชดำริที่หน่วยพัฒนาสังคมที่ 37 เพชรบุรี ดูแลอยู่และเจ้าของที่ก็ยินยอมให้ขุดอีกทั้งเป็นบ่อน้ำเก่าไม่ได้บุกรุกใหม่ การที่เจ้าหน้าที่อุทยานจะมาจับดำเนินคดีก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีรถแบ็กโฮเข้ามาขุดดินในพื้นที่ซึ่งที่จะประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน หลังจากตรวจสอบจึงรู้ว่าเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการสร้างแหล่งน้ำซึ่งความเป็นมาในที่ประชุมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ที่มีแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งได้ให้ระงับโครงการนี้ไว้ก่อน ยังไม่ให้ดำเนินการใดๆทั้งสิ้น

จากการตรวจสอบเบื้องต้นเห็นว่ามีการขุดเอาดินออกนอกพื้นที่ ก็มีการตัดและโค่นล้มต้นไม้ มีการตัดเป็นท่อนไว้คาดว่าน่าจะมีการขนย้ายและมีไม้ท่อนใหญ่เป็นไม้มะค่าโมงเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 150 ซม.ยาวประมาณ 5 เมตร ซึ่งเราดูแล้วไม่น่าจะถูกต้อง และจากการที่ตรวจสอบเบื้องต้นกับนายเฉลา ตอนสุข หัวหน้าป้องกันรักษาป่าที่เพชรบุรี 1 (ยางชุม) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบทราบว่ายังไม่มีเอกสารหลักฐานขอใช้แจ้งมาทั้งสิ้น การกระทำอย่างนี้น่าจะไม่ถูกต้องในพื้นที่ป่าหรือจะรื้อป่าที่มีไม้ยืนต้นออกต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบของกรมป่าไม้ ซึ่งจะต้องมีการเสียค่าภาคหลวงจซึ่งการขอใช้ประโยชน์พื้นที่เราต้องกันพื้นที่ออกก่อนดังนั้นการดำเนินการใดๆของหน่วยงานต้องมีขั้นตอนที่ถูกต้อง  เบื้องต้นทางฝ่ายทหารยังไม่เอกสารใดมายืนยันจำเป็นยึดเครื่องจักรและไม้เหล่านี้ดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามพรบ.ป่าสงวน ขุดแร่ขุดดินออกไปจากพื้นที่ป่าสงวน 2.มีการบุกรุกแผ้วถางป่า 3.มีการแปรรูปตัดไม้ท่อน

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับที่มีการบอกว่าเป็นการทำงานตามโครงการของฝ่ายทหารนั้นตอนที่ตนเข้ามาก็พบกับหน่วยงานของทัพพระยาเสือและไม่ให้เราเคลื่อนย้ายแบ็กโฮ ตรงนี้เรายังไม่ได้พูดคุยกัน หากเขาทำถูกต้องก็ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะถ้ามีการขออนุญาต มีการดำเนินการ ถูกต้อง เขาก็จะสามารถดำเนินการได้ต่อ  เบื้องต้นเขามี 2โครงการ คือโครงการที่ขุดในเขตป่าสงวน กับโครงการที่ขุดในเขตอุทยาน ซึ่งในเขตอุทยานฯไม่ขัดข้องในการดำเนินการ แต่ขอให้มาขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่ช่วงนี้ยังไม่มีการขออนุญาต แต่เขาจะเข้าไปดำเนินการเลย มันไม่ได้ ซึ่งหากปล่อยให้เข้าไปดำเนินการเลยเท่ากับว่าละเลย 157 และทางอธิบดีต้องเป็นคนอนุญาตในการดำเนินการนี้ในเวลาต่อมาของวันเดียวกัน

ด้านนายเฉลา ตอนสุข หัวหน้าป้องกันรักษาป่าที่เพชรบุรี 1 (ยางชุม) กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากทหารกองกำลังทัพพระยาเสือว่าจะนำเอกสารมายืนยันความถูกต้องในการดำเนินการในวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.นี้ ที่อบต.ป่าเด็ง อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวก็อยู่นอกเขตอุทยานอยู่ในความดูแลของหน่วยพัฒนาสังคมที่ 37 เพชรบุรี จึงได้ทำบันทึกการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ไว้เป็นหลักฐานและยังไม่มีการดำเนินคดีใดในระหว่างรอหลักฐาน

นอกจากนี้มีรายงานว่า แม้ว่านายเฉลา หัวหน้าป้องกันรักษาป่าที่เพชรบุรี 1 (ยางชุม)จะยังไม่มีการดำเนินการเอาผิดกับทหารในการบุกรุกป่าในการดำเนินการขุดบ่อน้ำให้ช้างป่า มีเพียงการบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้วให้ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเซ็นต์ชื่อรับรองเท่านั้น แต่นายชัยวัฒน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงยืนยันจะให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกนั้นก็คือทหารมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่อุทยานนำรถเทเลอร์มาใส่รถแบ็กโฮไปไว้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเพราะทหารไม่ยอมที่จะให้รถแบกโฮออกจากพื้นที่เช่นกัน ท้ายสุดยังไม่มีการนำรถแบล็กโฮออกนอกพื้นที่โดยทางผู้บังคัญชาของนายชัยวัฒน์ เข้ามาตรวจสอบพร้อมกับให้ทางปลัดอำเภอแก่งกระจานมาเซ็นรับรองเพื่อรอตรวจสอบเอกสารที่ทางทหารจะนำมายืนยันในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ