ส่งศพผ่าพิสูจน์ญาติโวยสูดดมยาพ่นยุงดับ

วันที่ 21 ส.ค. 2556 เวลา 21:12 น.
ส่งศพผ่าพิสูจน์ญาติโวยสูดดมยาพ่นยุงดับ
ตำรวจบุรีรัมย์ส่งศพผ่าพิสูจน์หาสารเคมี หลังญาติโวยสูดดมยาพุ่นยุงจนเสียชีวิต

ตำรวจสภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ส่งศพนายก้าน สินใจบุญ ชาวบ้านโคกใหญ่  ต.เสม็ด  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์ ผ่าพิสูจน์หาสารเคมีในร่างกายที่โรงพยาบาลสุรินทร์ หลังจากญาติแสดงความไม่พอใจเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.เสม็ด ฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายรอบบริเวณบ้านโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า จึงเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้นายก้าน ซึ่งป่วยด้วยโรคชราแต่ยังสามารถเดินเข้าห้องน้ำและรับประทานอาหารเองได้ต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาเนื่องจากสูดดมสารเคมีจากหมอกควันกำจัดยุง นอกจากนี้ยังได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน หากผลผ่าพิสูจน์พบว่ามีเสียชีวิตเพราะสูดดมสารเคมีจริงก็จะดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป เพราะถือเป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบล่วงหน้าเพื่อจะได้หาวิธีดูแลป้องกันตัวเอง

ด้านนพ.สมพงษ์  จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์  กล่าวว่า การฉีดพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดยุงลายถือเป็นอีกมาตรการในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกที่กำลังมีการแพร่ระบาดอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ที่ออกไปทำการฉีดพ่นก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ อบต.เทศบาลในแต่ละพื้นที่ ส่วนสาธารณสุขจะทำหน้าที่ออกให้ความรู้ และร่วมกับอสม.หยอดทรายอะเบทกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายเท่านั้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าสารเคมีทุกชนิดเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านต่ำ อาทิ ผู้ป่วย  ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ เมื่อได้รับสารเคมีเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจในปริมาณมากก็จะเป็นอันตรายรุนแรงได้

นพ.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า จากกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นก็ได้สั่งกำชับไปยังทางสาธารณสุข  เทศบาลอบต.ที่ทำหน้าที่ออกฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงตามหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆ ให้เพิ่มความรอบคอบมากขึ้น โดยให้ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายหรือวิธีการต่างๆเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าจะมีการฉีดพ่นหมอกควันในบริเวณนั้นๆและจุดที่มีการฉีดพ่นจะต้องปิดประตู  หน้าต่างให้มิดชิด ไม่ควรอยู่ในห้องหรือในบ้านขณะทำการฉีดพ่นเพราะอาจจะได้รับอันตรายจากหมอกควันดังกล่าวได้

บทความแนะนำ