ส.ศิวรักษ์เขียนจม.จี้สุขุมพันธุ์ทำ5ข้อเพื่อกทม.

วันที่ 11 ก.ค. 2556 เวลา 22:14 น.
ส.ศิวรักษ์เขียนจม.จี้สุขุมพันธุ์ทำ5ข้อเพื่อกทม.
ส.ศิวรักษ์เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าฯกทม.ผ่านเฟซบุ๊ก จี้ดำเนินการ 5 ข้อให้สำเร็จเพื่อกรุงเทพฯก่อนพ้นวาระ ไม่ใช่ทำอะไรไปวัน

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ส.ศิวรักษ์ หรือ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักคิด นักเขียนชื่อดังได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยขอให้แสดงความกล้าหาญเพื่อบ้านเมือง ริเริ่มข้อเสนอ 5 ข้อให้เป็นรูปธรรมไม่ใช่แค่ทำอะไรไปวันๆตามแต่ข้าราชการประจำเสนอ

ส.ศิวรักษ์ระบุว่า  ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครคราวที่แล้ว ข้าพเจ้าถือตัวว่าเป็นหัวคะแนนให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เพื่อให้ได้รับเลือกเข้าสู่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว แม้เสียงของข้าพเจ้าอาจจะไม่ดังมากนัก แต่ในระบอบประชาธิปไตยนั้น ทุกเสียงย่อมมีความหมาย และเชื่อว่าเสียงจากปากคอของข้าพเจ้าย่อมมีส่วนช่วยให้คุณชายได้รับสถานะอันทรงเกียรตินั้น

ฉะนั้น ข้าพเจ้าในฐานะผู้ออกเสียงและในฐานะราษฎรชาวกทม. ย่อมมีสิทธิเรียกร้องอะไรๆในทำนองคลองธรรมจากผู้ว่าราชการตามสมควร โดยอยากเรียนคุณชายว่า คราวนี้เป็นหนสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงไม่จำต้องทำอะไรๆในการหาเสียงสำหรับคราวหน้า น่าจะแสดงความกล้าหาญเพื่อบ้านเพื่อเมือง เพื่อผู้คนในปัจจุบันและอนาคต อย่างน้อยก็ให้กรุงแห่งนี้มีความงดงามอย่างบรรสานสอดคล้องกับธรรมชาติ โดยไม่สักแต่ทำอะไรไปวันๆ ตามแต่ที่ข้าราชการประจำจะเสนอขึ้นมาตามลำดับขั้น

"เมื่อหมดสมัยของคุณชายสุขุมพันธุ์ไปแล้ว ควรมีอะไรให้ชาวกรุงจดจำบ้าง ข้าพเจ้าจึงเสนอให้ดำริและกระทำให้สำเร็จก่อนพ้นวาระผู้ว่าฯไป ถึงจะไม่สำเร็จเรียบร้อย ก็ขอให้เริ่มไว้อย่างเป็นมรรคเป็นผล"ส.ศิวรักษ์ระบุ

สำหรับข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ ส.ศิวรักษ์ระบุไว้ดังนี้

1.ควรมีโครงการลอกแม่น้ำเจ้าพระยาและคูคลองต่างๆให้สะอาด โดยใช้ทางน้ำสำหรับ การสัญจรแทนทางบกได้มากเท่าไรจะเป็นคุณมากเท่านั้น แม้นี่จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่พ้นวิสัยสามัญมนุษย์ โดยอยากเรียนเตือนว่าแม่น้ำไรน์ในยุโรปซึ่งเคยเน่าเหม็นมานาน และไหลผ่านหลายประเทศ และทะเลสาบเยนีวา ซึ่งก็คลุมไปยิ่งกว่าหนึ่งประเทศ แต่แล้ว เขาก็แก้ไขจนแม่น้ำและทะเลสาบที่เอ่ยชื่อมานี้ บัดนี้ น้ำใส ไร้มลพิษ ตกปลากินได้ ว่ายน้ำกันได้ อย่างน่าอภิรมย์ เราจะถือว่าฝรั่งทำได้ แล้วทำไมไทยจึงทำไม่ได้ ไม่อายชาวโลกเขาหรือ ถ้าคุณชายมีโครงการด้านนี้อย่างจริงจัง เชื่อว่าองค์กรพัฒนาเอกชน ตลอดจนบริษัทห้างร้านและหน่วยราชการต่างๆจะร่วมด้วยมาก จะถือว่านี่เป็นการถวายพระราชกุศลแด่องค์พระประมุขอย่างสมพระเกียรติและอย่างเป็นสง่า

2.เสาไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ฯลฯ ที่รกรุงรังไปทั้งเมืองนั้น เอาลงฝังดินเสียเถิด นี่ไม่ยากเย็นเท่าโครงการใน ข้อ 1 แต่ถ้าไม่เร่งรีบทำอย่างเป็นขั้นตอน ก็จะล้มเหลวลงได้ง่ายๆ โดยนี่จะเป็นศรีแก่พระนคร ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้จังหวัดต่างๆเอาอย่างไปกระทำ อย่าให้เอาอย่างกันแต่ติดโคมไฟด้วยแบบอย่างอันอุดหนุนทุนนิยม บริโภคนิยม อย่างปราศจากรสนิยมเอาเลย แม้จนป้ายที่ติดตามที่ต่างๆ ซึ่งสรรเสริญเยินยอพระบารมี ก็เป็นไปในทางทุนนิยมอย่างไร้สาระแทบทั้งนั้น

3.การจราจรในเมืองกรุงนั้น (ก) ควรปรับปรุงรถสาธารณะให้มีสมรรถภาพยิ่งกว่าที่แล้วๆมา (ข) ควรอุดหนุนการขี่จักรยานสองล้ออย่างเอาจริงเอาจัง (ค)ควรห้ามรถยนต์ส่วนตัวจากต่างจังหวัดหรือเก็บค่าเข้ากรุงอย่างแพง ดังที่มหานครลอนดอนทำให้เห็นเป็นตัวอย่างอยู่แล้ว (ง) รถยนต์ส่วนตัวของคนที่อยู่ในกรุง ก็ควรให้ใช้วันคี่กับรถที่ป้ายทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคี่ ถ้าวันเลขคู่สำหรับรถที่ทะเบียนมีป้ายลงเลขคู่ แม้นี่จะไม่ได้แก้ปัญหาเสียทีเดียว แต่ก็น่าจะทุเลาในเรื่องการจราจรติดขัด รวมถึงลดมลพิษอีกด้วย

4.ควรอุดหนุนการสร้างวนาและสวนสาธารณะยิ่งๆขึ้น นอกจากที่ทางของกทม.แล้ว ควรขอความร่วมมือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กับบริษัทห้างร้านใหญ่ๆ รวมถึงวัดวาอาราม และมิซซังกรุงเทพฯ ซึ่งที่มิใช่น้อย ให้อุทิศที่นั้นๆเป็นปอดให้ชาวกรุง โดยทำร่วมกับรัฐบาล หาทางออกกฎหมายให้ที่ดินทุกแห่ง ที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นชุมชนหรือที่อยู่อาศัย ต้องกันที่ไว้ 1 ใน 5 เพื่อทำวนา หรือสวนหย่อม เพื่อเพิ่มพูนพื้นที่สีเขียว ให้บังเกิดความสง่างามแก่กรุง และเพื่อเป็นปอดให้ชาวกรุงได้หายใจอีกด้วย

5.ร้านค้าข้างถนนนั้น ควรได้รับการอุดหนุนยิ่งไปกว่าเบียดเบียนบีฑาเขา หากควรอุดหนุนให้เลิกใช้ผงชูรสที่เป็นยาพิษ ยิ่งแนะนำให้เขาใช้ผักที่ปลอดสารพิษ และปลากับเนื้อที่ปลอดสารพิษได้เท่าไร จะเป็นสุขภาพอนามัยให้ชาวกรุง โดยที่ทางจังหวัดต่างๆควรเอาอย่างไปประพฤติปฏิบัติอีกด้วย ควรอบรมสั่งสอนชาวบ้านร้านตลาดให้งดใช้ถุงพลาสติกและโฟม ซึ่งเป็นโทษกับสุขภาพอนามัย และเป็นพิษเป็นภัยกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติยิ่งนัก บางประเทศเขาทำนำหน้ามาแล้ว เราไม่ควรล้าหลังในทางนี้กันเลย

"ข้าพเจ้าเสนอมาเพียง 5 ข้อ ไม่ทราบว่าจะถึงหูถึงตาท่านผู้ว่าฯหรือไม่ จึงลงในเฟสบุ๊ก และอาศัยสื่อมวลชนเป็นตัวเชื่อม เพื่อเข้าสู่ญาณของท่านผู้ว่าฯให้จงได้

"ตามมารยาท ผู้ว่าฯหรือข้าราชการที่ดี และผู้ที่มีความเป็นผู้ดี เมื่อได้รับจดหมายจากราษฎร จำเป็นต้องตอบ แต่นี่ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงผู้ว่าฯ ๒ ครั้งแล้ว โดยมีผู้ยืนยันว่าส่งถึงมือผู้ว่าฯเอาเลย ส่งคำร้องไปสองครั้งแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ"ส.ศิวรักษ์ระบุ