พบหนูน้อยยอดกตัญญูถูกน้ำร้อนลวกเจ็บสาหัส

วันที่ 09 ก.ค. 2556 เวลา 12:58 น.
พบหนูน้อยยอดกตัญญูถูกน้ำร้อนลวกเจ็บสาหัส
พบหนูน้อยยอดกตัญญูอยุธยาเลี้ยงปู่ย่าตามลำพังแต่โชคร้ายขณะต้มน้ำร้อนกลับถูกน้ำร้อนลวกทั่วร่างกายเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเด็กยอดกตัญญูหากินเลี้ยงปู่และย่า อยู่ที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 4 ต.สะพานไท อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว พบว่าบ้านเงียบเหงา และทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายวัน ทับทิม อายุ 70 ปี ซึ่งป่วยหนักเพราะโรคมะเร็งและเดินไม่ได้ นอนอยู่บนที่นอนกลางบ้าน โดยเพื่อนบ้านพาขึ้นไปดูและพบว่ามีสภาพน่าสงสาร ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

จากการสอบถามทราบว่าเด็กชายยอดกตัญญู ชื่อ  ด.ช.สุรัตน์ ทับทิม อายุ 11 ขวบ  หรือน้องม่อน นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดนกกระจาบ  ซึ่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมาโชคร้ายถูกน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรง และถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำอำเภอบางบาล โดยมีนางนงเยาว์ ทับทิม อายุ 60 ปี  ซึ่งเป็นย่าไปเฝ้าดูแลอาการ

ทั้งนี้จึงเดินทางไปที่โรงพยาบาลประจำอำเภอบางบาล พบว่ามีการส่งตัวน้องม่อน ไปรักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาแล้วเพราะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบกว่า จากนั้นเดินทางตามหาน้องม่อนมาถึงโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาจนพบว่าน้องม่อนนอนรักษาตัวอยู่ที่อาคารศรีสรรเพชญ มีนางนงเยาว์ ผู้เป็นย่ากำลังเฝ้าดูแลอาการหลานชายอย่างใกล้ชิด

เบื้องต้นพบว่าน้องท่อน ถูกน้ำร้อนลวกที่แขนและขาประมาณ 15-20% ของร่างกาย โดยเฉพาะร่างกายด้านซ้ายทั้งขาซ้ายแขนซ้าย ต้องฟันผ้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อตอดเวลา ซึ่งใต้ผ้าพบว่าผิวหนังหลุดลอกทั้งหมด ส่วนร่างกายขาขวาและแขนขวา มีร่องรอยน้ำร้อนลวกจำนวนมากเช่นกัน

น้องม่อน กล่าวว่า ระหว่างดูแลปู่ชื่อนายวัน ที่ป่วยหนัก โดยกำลังต้มน้ำร้อนมาจะชงโอวันตินให้ปู่ ปรากฏว่าปู่ตะโกนมาว่ามดกัด ด้วยความรีบจะไปดูปู่ ทำหม้อน้ำร้อนหกลวกในทันที  ถึงวันนี้จะผ่านมา 2-3 สัปดาห์แล้วรู้สึกเจ็บมากและผิวหนังเริ่มตึง ข้อเริ่มล็อค และเจ็บปวดมากหากขยับนิ้ว แต่หมอแนะนำว่าหากไม่ขยับนิ้วบ่อยๆ อาจพิการได้จึงต้องทนทำ อยากบอกปู่ให้ไม่ต้องเป็นห่วง  อยากให้ปู่หายป่วย และตนเองจะรีบหายป่วยกลับไปดูแลปู่และย่า

ด้านนางนงเยาว์ ผู้เป็นย่า กล่าวว่า หลานกำพร้าแต่เกิด ลูกชายแยกทางกันกับภรรยา และนำหลานชายมาให้เลี้ยงแต่เกิด

โดยลูกลายทำงานในกรุงเทพฯส่งเงินมาบ้าง  ซึ่งสามีก็เลี้ยงหลานมาตลอด ไปไหนไปด้วยกัน แต่มาระยะหลังสามีป่วยหนัก ทำงานไม่ได้ รายได้ก็แทบจะไม่มีต้องไปอาศัยรับจ้างนวดเส้น วันละ 100-200 บาทมาใช้จ่าย แต่ก็ไม่ได้ทุกวัน

สำหรับหลานชายเป็นเด็กช่างพูด ทุกวันจะดูแลช่วยเหลือตปู่อย่างดี และพอเสาร์อาทิตย์ จะไปที่วัดไผ่ล้อม  ที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากราบไหว้พระจำนวนมาก เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว  หลายจะไปช่วยดูนักท่องเที่ยว ดูจัดเรียงร้องเท้า และคนใจบุญจะให้เงินเล็กๆน้อยๆ ตอบแทน พอได้เงินมาจะเอาเงินมาใส่มือปู่และบอกว่า หาเงินมารักษาแล้ว ทำแบบนี้ทุกครั้ง

ขณะที่ พญ.ดวงพร อัศวราชันย์ กล่าวว่า นับจากที่แพทย์ทั้ง 2 โรงพยาบาล ได้ดูแลน้องม่อนมา ได้ดูแลอย่างดีตามสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ล่าสุดต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อ ข้อล๊อคและผิวหนังยึด ซึ่งอาจทำให้นิ้วและแขนขา ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ  ดังนั้นได้บอกน้องท่อนว่า ต้องแข็งใจขยับนิ้วแขนและขา และท่องแขนท่องขาให้มากที่สุด เพื่อจะได้ใช้นิ้วแขนขาได้ตามปกติ ซึ่งน้องม่อนก็ใจเด็ดถึงจะเจ็บเวลาขยับแต่ก็ทำตามแพทย์แนะนำ  โดยขณะนี้แพทย์กำลังวางแผน เพื่อจะผ่าตัดนำผิวหนังที่ยังดีมาแปะในจุดที่ถูกน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรงเช่นกัน