พบลูกช้างตายกลางป่าสลักพระเมืองกาญจน์

วันที่ 21 มี.ค. 2556 เวลา 15:58 น.
พบลูกช้างตายกลางป่าสลักพระเมืองกาญจน์
เจ้าหน้าที่รุดสอบ คาดเกิดจากอุบัติเหตุ ยันไม่ใช่ลูกช้างที่หายตัวไป

เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี นายสัตวแพทย์ สามารถ ประสิทธิ์ผล นายสัตวแพทย์ ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี นายเกรียงศักดิ์ จตุรสุขสกุล หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ชินภัทร ตันศรีสกุล รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจซากลูกช้างป่าเพศเมีย อายุประมาณ 1 ปีเศษ หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่เข้าไปหาผักหวาน โดยเดินเท้าเข้าไประยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตร ใช้เวลานานกว่า 1.30 ชั่วโมง จึงถึงจุดพบซากช้าง เหตุดังกล่าวเกิดที่บริเวณ เขาป่าโป่งเก้ง บ้านท่ามะนาว หมู่ 2 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบซากลูกช้างเสียชีวิตอยู่ในลักษณะนอนหมอบคุดคู้ คณะสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลตามผิวหนัง หรือร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งจากการใช้มือกดลงที่ผิวหนังตามส่วนต่างๆ ของร่างกายลูกช้างตัวดังกล่าว ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จากนั้นคณะสัตวแพทย์ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาญจนบุรี ได้ทำกายถ่ายภาพส่วนต่างๆ เอาไว้อย่างละเอียด ต่อมาได้ทำการพลิกตัวลูกให้อยู่ในสภาพนอนหงายเพื่อผ่าซากช้าง และนำเอาชิ้นส่วนอวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ปอด ตับ ม้าม ลิ้น ไต กระเพราะ เลือด เป็นต้น ไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยคณะสัตวแพทย์ได้ใช้เวลาในการผ่าซากประมาณ 30 นาที จึงแล้วเสร็จ จากนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่ทำการเผาซากลูกช้างในที่เกิดเหตุเพื่อทำลาย

นายสุริยันต์ เปิดเผยภายหลังว่า จากผลการตรวจเบื้องต้นของคณะสัตวแพทย์พบว่า ลูกช้างตัวดังกล่าวน่าจะเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ถูกสัตว์มีพิษทำร้าย และจากการสอบถาม  ชาวบ้านที่พบเห็นเป็นคนแรก ทราบว่าขณะที่ลูกช้างป่าตัวดังกล่าวนอนเสียชีวิตอยู่นั้น แม่ของช้างรวมทั้งช้างพี่เลี้ยงประมาณ 2-3 ตัว ก็ยังคงเดินวนเวียนอยู่รอบๆ ลูกช้าง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ลูกช้างป่าที่เสียชีวิต น่าจะไม่ใช่ลูกช้างที่หายไปจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแต่อย่างใด อีกทั้งผลการตรวจสภาพตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการพิสูจน์ของคณะสัตวแพทย์ให้แน่ชัดอีกครั้ง

ด้าน นายสัตวแพทย์สามารถ เปิดเผยภายหลังว่า จากการตรวจสอบครั้งแรกที่พบซากลูกช้าง คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง สาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็น คือ 1.คาดว่าน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุจากการที่โขลงช้างกลุ่มดังกล่าวมีอยู่ด้วยกันหลายตัว และช้างได้เล่นกันอย่างซุกซน ทำให้ช้างตัวอื่นเล่นพลาดเกิดชนลูกช้างตัวดังกล่าวบาดเจ็บและตกไถลลงตามเนินเขาจนทำให้อวัยวะภายในเกิดช้ำในและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ประเด็นที่ 2.อาจเสียชีวิตจากการถูกสัตว์มีพิษกัด เข้าที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกายก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามเราได้ตัดเอาอวัยวะที่สำคัญไปตรวจทางวิทยาศาสตร์ให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน จึงจะทราบผลที่แน่ชัดในการเสียชีวิตของลูกช้างตัวนี้

พ.ต.อ.ชินภัทร กล่าวว่า พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบซากช้างอย่างละเอียด เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุฆ่าแม่ช้างเพื่อเอาลูกเหตุเกิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบดูว่าช้างป่าตัวดังกล่าวจะเป็นลูกช้างตัวเดียวกันหรือไม่ แต่จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากชาวบ้านในพื้นที่ และลักษณะของภูมิประเทศ น่าจะเป็นลูกช้างป่าที่เกิดจากแม่ช้างป่าในพื้นที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตามเราได้เก็บเนื้อเยื่อของลูกช้าง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากคณะสัตวแพทย์ ที่ทำการผ่าซากให้ช่วยตรวจผลดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ ดีเอ็นเอ ของแม่ช้างที่ถูกฆ่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอีกทางหนึ่งด้วย

ทางด้าน นายประวุธ เปรมปรีดิ์ ผช.หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยว่า ช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระมีอยู่ประมาณ 270 - 300 ตัว แต่โขลงที่ลูกช้าป่าอาศัยอยู่รวมกันมีอยู่ประมาณ 6 ตัว คาดว่าลูกช้างที่เสียชีวิตไม่ใช่ลูกช้างป่าที่หายไปจากอุทยานแห่งชาติตามที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน แต่เพื่อความชัดเจน ต้องรอผลพิสูจน์จากคณะสัตวแพทย์เพื่อเป็นการยืนยันให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต