หมอเผยปลายสัปดาห์หน้ารู้วันหลวงพ่อคูณกลับวัด

  • วันที่ 23 ม.ค. 2556 เวลา 11:21 น.

หมอเผยปลายสัปดาห์หน้ารู้วันหลวงพ่อคูณกลับวัด

หลวงพ่อคูณ บ่นตลอด 3 วัน อยากกลับวัดบ้านไร่  แพทย์เผยฉันอาหาร 3 มื้อได้เต็มที่ ยันปลายสัปดาห์หน้ารู้วันกลับวัด ระบุยังห่วงภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจ

ความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่เข้าพักรักษาอาการอาพาธด้วยภาวะปอดอักเสบ ที่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2555ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00น. นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ พร้อมด้วย นพ.นิพนธ์ ศุภรัตน์ชาติพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะ รพ.มหาราชฯ ได้เข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณฯ ภายหลังจากพยาบาลได้ทำการพ่นยาขยายหลอดลม ให้ฉันยาละลายเสมหะ และฉันภัตตาหารเช้าทางสายยางผ่านช่องท้อง ซึ่งหลวงพ่อคูณฯ ถึงกับบ่นอยากจะกลับวัดบ้านไร่มที่ตลอดเวลาแล้ว

นพ.พินิศจัย  กล่าวว่า วันนี้อากาศยังคงเปลี่ยนแปลงหนาวสลับร้อนตลอด แต่จากการตรวจวัดไข้ พบว่าไข้ไม่มีแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองรู้ตัว และพูดรู้เรื่องดี โดยหลวงพ่อคูณได้รับยาฆ่าเชื้อทางเดินปัสสาวะมาเป็นวันที่ 13 ทั้งในรูปยาฉีดทางหลอดเลือดดำและในรูปยาฉัน ทำให้ท่อปัสสาวะเริ่มดีขึ้น แต่สีปัสสาวะยังขุ่นเล็กน้อย ซึ่งได้ นพ.นิพนธ์ มาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด และยังได้ทำการล้างกระเพาะปัสสาวะด้วยน้ำเกลือ โดยให้ทางสายสวนเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะโดยตรง อย่างไรก็ตามโอกาส 90% ที่หลวงพ่อจะต้องใส่สายสวนไปตลอด ซึ่งคณะแพทย์ก็กำลังหาแนวทางหรือวิธีที่จะไม่ต้องใส่สายสวนไปตลอด แต่วิธีใส่สายสวนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดขณะนี้ โดยหลวงพ่อคูณเริ่มใส่สายสวนมาตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 2555 มาแล้ว ฉะนั้นคงจะเอาออกไม่ได้ ซึ่งการใส่สายสวนทำให้คณะแพทย์กลัวเรื่องการติดเชื้อ เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ฉะนั้นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และต้องดูแลใกล้ชิด

นพ.พินิศจัย กล่าวอีกว่า สำหรับการฉันภัตตาหารคณะแพทย์และพยาบาลได้ให้อาหาร 3 ครั้ง ในเวลา เช้า กลางวัน เย็น เหมือนปรกติ หลวงพ่อรับอาหารได้ดี โดยรับได้ครั้งละ 400 ซี.ซี. พอท่านรับอาหารได้เต็มที่ทำให้ดูท่านแข็งแรงขึ้น น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเราให้อาหารด้วยเครื่องค่อยๆ ให้ลงสู่กระเพาะอาหารช้าๆ เพราะเรากลัวจะเกิดการสำลักได้ แต่ปัญหาตอนนี้เรื่องทางเดินหายใจหรือถุงลมโป่งพองต้องดูแลใกล้ชิดมากที่สุด เนื่องช่วงนี้สภาพอากาศยังคงเปลี่ยนรุนแรงตลอด ทั้งนี้จากการตรวจประเมินพบว่า ระบบทางเดินหายใจรู้สึกดีขึ้น แต่เสมหะยังอยู่มากพอสมควร เนื่องมาจากอากาศเปลี่ยน แต่ถือว่าลดลงไปมากเหมือนกัน ส่วนการทำกายภาพยังคงทำอยู่บนเตียง อาการเพลียยังมีอยู่ แพทย์ยังงดเยี่ยมเช่นเดิม และกำหนดวันจะได้กลับวัดบ้านไร่ยังไม่ได้หารือกัน ซึ่งคงประมาณปลายสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ในช่วง 3 วันมานี้หลวงพ่อคูณฯ บ่นมากอยากจะกลับวัดบ้านไร่เต็มทีแล้ว

ภาพประกอบข่าว

ข่าวอื่นๆ