เรือเหาะทหารตกกระแทกพื้นหลังบินดูแลนายกฯ

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2555 เวลา 18:45 น.

เรือเหาะทหารตกกระแทกพื้นหลังบินดูแลนายกฯ

เรือเหาะกองทัพประสบอุบัติเหตุตกกระแทกพื้นขณะปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยนายกฯลงใต้ ด้านยิ่งลักษณ์ลั่นพร้อมสนับสนุนสวัสดิการครูเต็มที่

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. เรือเหาะของกองทัพบก มูลค่า 350 ล้านบาท ที่ใช้ในภารกิจบินสำรวจเส้นทางและเฝ้าระวังความปลอดภัยระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ จ.ปัตตานี ได้ประสบอุบัติเหตุกระแทกพื้นเนื่องจากลมแรงขณะขึ้นบินที่กองพลทหารราบที่ 15 อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ประจำเรือเหาะได้รับบาดเจ็บแค่เพียงเล็กน้อยจากอุบัติเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้เรือเหาะได้ปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยคณะของนายกฯตั้งแต่ช่วงเช้า จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.เจ้าหน้าที่กำลังนำเรือเหาะขึ้นบินออกภารกิจต่อ แต่ในระหว่างที่พยายามที่จะลอยขึ้นกลับเกิดอุบัติเหตุเรือตกลงพื้น โชคดีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในเรือเหาะดังกล่าวสามารถถีบตัวออกจากเรือดังกล่าวก่อนจะกระแทกพื้นทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี และหารือร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เลขาธิการ ศอ.บต.ที่รับผิดชอบในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้เกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ และแนวทางในการดูแลความปลอดภัย พร้อมทั้งให้นโยบาย และสั่งการให้ใช้มาตรการในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลครูให้ปลอดภัย

ด้าน นายบุญสม ทองศรีพราย  ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  กล่าวว่า จากการหารือกับนายกฯมีความพอใจระดับหนึ่ง โดยสมาพันธ์ครูได้เสนอแนวทางการดูแลความปลอดภัยครูตามที่ได้เคยได้เสนอไปยังหน่วยงานต่างๆและประเด็นเรื่องขวัญกำลังใจครูสวัสดิการต่าง ซึ่งนายกฯเห็นด้วยและได้มอบนโยบายให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลครูความปลอดภัยครูโดยเฉพาะ ประกอบด้วย รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ  ศอ.บต. สมาพันธ์ครูฯ กอ.รมน. ส่วนเรื่องสวัสดิการนายกฯรับปากที่จะผลักดันสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องเบี้ยเสี่ยงภัย การเยียวยา

ขณะที่ นายประมุข ลมุล  ผวจ.ปัตตานี  เปิดเผยว่า นายกฯจะสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดสันติสุข โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจสนับสนุนกลุ่มอาชีพของสตรี เปิดตลาด โครงสร้างพื้นฐาน การกีฬา  ส่วนการแก้ไขปัญหาความรุนแรงมีข้อสรุปตรงกันว่าคงต้องแยกเป็นรายจังหวัด รายพื้นที่ พื้นที่ล่อแหลมหรือเสี่ยงให้ใช้กำลังทหารเข้าไปดูแล ส่วนพื้นที่เบาบางให้ทาง ศอ.บต. ชุมชน เข้าไปสนับสนุนทำการพัฒนา

ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ได้เสนอให้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน( อส.) ดึงภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม เสนอให้มีการจัดตั้งกล่องวงจรปิดในโรงเรียนเพื่อให้สามารถเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียน

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ