พบพระนอนอายุ600ปีกลางทุ่งอยุธยา

วันที่ 13 พ.ย. 2555 เวลา 20:09 น.
พบพระนอนอายุ600ปีกลางทุ่งอยุธยา
กรมศิลปากรเตรียมบูรณะวัดร้างและพระนอนโบราณกลางทุ่งเผยเป็นโบราณสถานสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอายุกว่า 600ปี

ชาวบ้านต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา แจ้งว่า พบวัดร้างขนาดใหญ่เกือบ 2 ไร่และมีโบราณสถานตั้งอยู่ ซึ่งห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากวัดใหญ่ชัยมงคลประมาณ 1 กม. โดยวัดร้างดังกล่าวถูกทิ้งร้างอยู่กลางทุ่ง"โคกพระนอน" หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า วัดโคกพระนอนซึ่งเป็นเนินดินกลางทุ่งและปัจจุบันมีการปล่อยน้ำเข้าทุ่งเพื่อทำนาทำให้เนินดินกลายเป็นเกาะ อยู่ในเขตติดต่อ ต.คลองสวนพลู กับ ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา

สำหรับทางเข้านั้นพบว่าลำบากเพราะต้องลุยน้ำสูงเกือบ 1 เมตรระยะทางกว่า 500 เมตร ซึ่งด้านหน้าปากทางเข้ามีคอนโดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ 2 แห่ง และถนนที่ใกล้ที่สุดคือถนนสายหลังศาลากลาง-วัดใหญ่

ทั้งนี้ตรงเนินดินพบว่าเป็นป่ารกร้างมีต้นหญ้าขึ้นปกคลุม องค์พระนอนที่ก่อด้วยอิฐถือปูนสภาพเก่าและชำรุด ความยาวองค์พระประมาณ 8-10 เมตร ปลายเท้าองค์พระแตกหัก ช่วงเอวองค์พระชำรุดขาด ท่อนแขนหัก  ส่วนเศียรพระนอนหักหลุดออกจากองค์พระกองอยู่กับพื้นมีขนาดกว้าง1.50 เมตร แต่ยังคงเค้าโครงความสวย มีสันจมูกดวงตา ส่วนปากแตกหัก ใกล้กันพบเกศพระชำรุดอยู่เช่นกัน

ส่วนบริเวณโดยรอบขององค์พระนอน มีฐานพระพุทธรูปเรียงรายโดยรอบ แต่ปัจจุบันไม่มีองค์พระพุทธรูปเก่าแก่ที่เชื่อว่าเคยเรียงรายอยู่ ซึ่งชาวบ้านต้องการให้กรมศิลปากรเข้ามาบูรณะพระนอน ให้มีความสมบูรณ์ และทำทางเข้าออกให้สะดวก เพื่อเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ และประชาชนได้เข้ามาสักการะบูชา

ด้านนายเอนก  สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร  กล่าวว่า  วัดโคกพระนอนแห่งนี้อายุกว่า 600 ปี มีเนื้อที่ 2 ไร่  สร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง ช่วงพ.ศ.1900 ถึง พ.ศ.2000 ต่อเนื่องหลายสมัยอยู่ในช่วงสมเด็จพระนเรศวรกับสมเด็จพระเอกาทศรถ  ยังไม่ชัดเจนว่าว่าพระองค์ใดเป็นผู้สร้าง 

จากการสำรวจเบื้องต้นที่เคยทำประวัติไว้  โดยภายในวัดจะมีวิหารขนาดใหญ่ คลุมองค์พระนอนองค์ใหญ่ ลักษณะปูนปั้น มีความยาวประมาณ 8 เมตร เป็นพระนอนที่มีความงดงามองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีลักษณะคล้ายกับพระนอนวัดธรรมิกราช จ.พระนครศรีอยุธยา พระนอนภายในวัดพระนอนจักรศรี จ.สิงห์บุรี  และนอนในวัดขุนอินทรประมูล จ.อ่างทอง และวัดโคกพระนอนแห่งนี้ จัดอยู่ในกลุ่มโบราณทางทิศตะวันออก หรือกลุ่มโบราณสถานอโยธยา ซึ่งโบราณที่สำคัญได้แก่วัดใหญ่ชัยมงคล วัดสามปลื้ม วัดอโยธยา

นายอเนก กล่าวอีกว่า วัดโคกพระนอนยังไม่มีการบูรณะแบบครั้งใหญ่ และมีต้นหญ้าขึ้นรกจนไม่สามารถมองเห็นได้ชัดจากภายนอก ประกอบกับเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา น้ำท่วมเนินพระนอน โบราณสถานหลายแห่งถูกน้ำท่วม ซึ่งทราบว่าล่าสุดสำนักงานศิลปากรที่ 3 ได้ทำแผนปรับปรุงบูรณะแล้ว โดยทางกรมศิลปากร จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือโดยเฉพาะการเร่งรัดงบประมาณเพื่อเข้าบูรณะโดยด่วน