น่านเปิบลาบหมูดิบหามส่งรพ.กว่า20ราย

วันที่ 09 ต.ค. 2555 เวลา 21:53 น.
น่านเปิบลาบหมูดิบหามส่งรพ.กว่า20ราย
ชาวน่านกินลาบหมูดิบถูกหามส่งรพ.กว่า 20 ราย เจ็บสาหัส 2 รายหมอเผยเกิดจากโรคพยาธิเม็ดสาคู

ทีมแพทย์โรงพยาบาลเมืองน่านต้องระดมกำลังเร่งให้การรักษาชาวบ้านห้วยระพี  ต.สะเนียน อ.เมือง กว่า 20 ราย ที่มีอาการปวดท้อง อาเจียน และท้องเสียถ่ายเหลว มีอาการอ่อนเพลีย ทยอยเข้ารับการรักษาตัว หลังจากรับประทานลาบ หลู้หมูดิบ  และพบอาการสาหัสอยู่ในห้องไอซียู 2 ราย แพทย์รอดูอาการอย่างใกล้ชิด

นายสามารถ แซ่เติ๋น ชาวบ้านห้วยระพี ต.สะเนียน อ.เมือง ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายหนึ่งอาการไม่หนัก กล่าวว่า เขาพร้อมชาวเขาในหมู่บ้าน ได้นำหมูป่าที่ติดกับดักและตายแล้ว ผ่านมา 1 วันจำนวน 1 ตัว  ที่อยู่เหนือหมู่บ้านบริเวณป่าไร่ข้าวโพด นำมาชำแหละได้น้ำหนักราว 30 กิโลกรัม จึงได้นำไปแบ่งให้กับคนในหมู่บ้านและส่วนหนึ่งได้นำมาทำอาหารปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ ประเภทอาหาร ลาบดิบ หลู้ดิบ และแกงอ่อม รับประทานเป็นอาหารมื้อเย็น พร้อมดื่มสุราพื้นบ้าน  

ทั้งนี้หลังเสร็จจากการทำการเกษตรซึ่งทำกินกันเองทั้งหมู่บ้านในช่วงหัวค่ำ กว่า 20 คน ทั้งชายและหญิง และแยกย้ายกันกลับบ้านพักผ่อน จนแต่ละคนเริ่มมีอาการปวดมวนท้อง ถ่ายเหลว เป็นระยะ ๆ อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ตั้งแต่ 01.00 น. เป็นต้นไป  จนถึงเวลา 06.00 น. วันรุ่งขึ้น จึงพากันขึ้นรถปิคอัพส่งโรงพยาบาลน่าน  ส่วนตนเองนั้น มีอาการไม่หนักมาก  ได้รับการรักษาฉีดยาและรับยามาทานแต่ยังมีอาการมวนท้อง ปวดบีบ และถ่ายเหลวเป็นระยะ ๆ  ซึ่งแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านเพื่อรอดูอาการ

นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่มีอาการหนักอยู่ในห้องไอซียู 2 ราย คือ นายณัฐพล แซ่จ๋าว อายุ 28 ปี และ     นายสมคิด แซ่เติ๋น อายุ  40 ปี ซึ่งแพทย์รอดูอาการอย่างใกล้ชิดแต่พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนรายอื่น ๆ อีก 20 ราย แพทย์ได้รักษาตามอาการจนปลอดภัยและให้กลับบ้านได้

ด้านนพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า อาการผู้ป่วยเกิดจากเชื้อพยาธิทริคริโนซีส หรือพยาธิเม็ดสาคูมีอาการขั้นแรกจะถ่ายเหลว ปวดมวนท้อง ถ้ารุนแรงก็จะเข้าหัวใจ หรือสมอง แพทย์ต้องยังเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งโรคนี้เคยเกิดขึ้นที่อ.ปัว มีผู้ป่วยจำนวนมากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตไป 3 ราย ที่ผ่านมาทางแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์มาโดยตลอด แต่ก็มีชาวบ้านบางกลุ่มที่ยังนิยมรับประทานเนื้อดิบอยู่ ซึ่งจะต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นต่อไป