พบ3รีสอร์ตรุกอุทยานเสม็ดไม่ยอมรื้อถอน

วันที่ 02 ก.ย. 2555 เวลา 19:39 น.
พบ3รีสอร์ตรุกอุทยานเสม็ดไม่ยอมรื้อถอน
หัวหน้าอุทยานฯตรวจ 3 รีสอร์ตในเสม็ดรุกพื้นที่อุทยานพบยังไม่มีการรื้อถอนแม้มีคำพิพากษาจากศาลแล้ว

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายอาคม น้ำคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ต.เพ อ.เมืองระยอง ได้พาสื่อมวลชนลงเรือเร็วไปตรวจสอบรีสอร์ต มุกเสม็ด อันซีนและพลอยเสม็ด ที่ถูกคำสั่งศาลพิพากษาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ปรากฏว่าไม่มีคนงานมารื้อถอนทั้ง 3 แห่งแต่อย่างใดและที่พลอยเสม็ด มีการรื้อถอนไม้กระดานปูพื้นกว่า 10 แผ่นและลูกกรงระเบียงไม้ บางส่วนออกไปกองรวมกันไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น  ส่วนที่อันซีน มีการรื้อไม้กระดานปูพื้นเพียงบางส่วนเช่นกัน

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบมุกเสม็ด พบว่ามีการรื้อหลังคาบ้านพักพนักงานของรีสอร์ตเท่านั้น แต่ตัวรีสอร์ตเองยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด พร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาไม่มีความตั้งใจจริงที่จะรื้อถอนตามคำสั่ง ถ้ามีเจตนาและจริงใจที่จะรื้อตามคำสั่งต้องมีการรื้อถอนหลังคา ร้านอาหาร ขนย้ายข้าวของหรือหยุดกิจการ แต่ระยะเวลาได้ผ่านมานานแล้วก็ยังไม่ดำเนินการ

นายอาคม กล่าวว่ากรณีกลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ตและชาวบ้านเกาะเสม็ด หมู่ 4 ต.เพ อ.เมืองระยอง ประมาณ 100 คนเข้ายื่นหนังสือขอผ่อนผันการรื้อถอน  รีสอร์ต มุกเสม็ด พลอยเสม็ดและอันซีน ซึ่งครบกำหนดรื้อถอนในวันที่ 1 ก.ย.ออกไปเป็นวันที่ 31 ต.ค.ตามที่ได้มีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ข้อตกลงเป็นการหารือกัน ซึ่งผู้ประกอบได้นำเสนอขอเป็นผู้รื้อถอนเองภายในวันที่ 31 ต.ค. ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้พิจารณาสั่งการแจ้งให้ผู้ประกอบการมาทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในแนวทางเดียวกัน ที่ถูกต้องและต้องมีการยินยอมด้วยกันทั้งสองฝ่ายก่อนแต่ผู้ประกอบการไม่สามารถลงนามในบันทึกกับอุทยานฯได้จึงไม่ได้ใช้บันทึกนี้เป็นข้อพิจารณา ณ ปัจจุบันนี้กำหนดตามข้อบันทึกที่กล่าวอ้างหมดเวลาไปแล้ว

ส่วนเรื่องการรื้อถอน รีสอร์ตทั้ง 3 แห่งนี้เมื่อไหร่นั้น ต้องรอคำสั่งเนื่องจากเป็นนโยบายระดับสูงของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช จะเป็นผู้สั่งการลงมา

อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามการดำเนินการของรีสอร์ตทั้ง 3 แห่งที่ถูกคำสั่งศาลพิพากษารื้อถอนพร้อมแจ้งให้ผู้ประกอบการรีบดำเนินการขนย้ายข้าวของออกไปให้เสร็จสิ้น ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจพบว่าคำสั่งรื้อถอนที่ติดประกาศไว้ทั้ง 3 แห่งหายหมดจะให้เจ้าหน้าที่แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่ามีการทำลายทรัพย์สินหรือประกาศของทางราชการ