อุดรธานีแล้งหนักชาวบ้านดำนารอฝน

วันที่ 21 ส.ค. 2555 เวลา 20:34 น.
อุดรธานีแล้งหนักชาวบ้านดำนารอฝน
อุดรธานีเจอภัยแล้งหนักชาวนาต้องดำนาวัดดวงรอฝนตก

สถานการณ์ภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงยังคงทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับแม้อิทธิพลของพายุ "ไคตั๊ก" จะทำให้มีฝนตกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมทั้งพื้นที่ จ.อุดรธานี แต่ก็มีฝนตกลงมาเพียงเล็กน้อย โดยมีปริมาณฝนสะสมเพียง 622.3 มิลลิเมตร  ทำให้อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง แหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาให้เมืองอุดรธานี วันละ 50,000 ลบม.  ก็มีปริมาณน้ำอยู่เพียง 28.50 ล้าน ลบม. หรือเพียง 21 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ  135 ล้าน ลบม.ทั้งที่ขณะนี้น่าจะมีน้ำอยู่ 60 เปอร์เซ็นต์ จึงงดส่งน้ำให้เกษตรกรทั้งหมดแล้ว  ทำให้นาข้าวพื้นที่ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี ขาดน้ำยืนต้นใกล้ตาย มีวัชพืชขึ้นคลุมข้นข้าวเกือบทั้งหมด ส่วนชาวนาที่ยังไม่มีการปักดำตัดสินใจนำเครื่องสูบน้ำมาสูบชักน้ำ จากแหล่งน้ำในที่ลุ่มขึ้นมาปักดำ เพื่อรอฝนตกลง

นางจงจิต เครือชา อายุ 58 ปี กล่าวว่า ทุกปีจะสูบน้ำมาปลูกกล้าข้าว เพื่อเอาไว้ปักดำหลังฝนตกลงมา และให้ทันในต้นเดือนส.ค. แต่ปีนี้ฝนตกลงมานน้อยมาก ไม่พอจะทำการปักดำข้าว จึงต้องใช้วิธีสูบน้ำจาก "หนองห้วยขุ่น" ลงมาที่คลองแล้วสูบต่ออีก 2 ครั้งเข้ามาที่นา โดยจ้างชาวบ้านมาช่วยอีก 6-7 คนๆละ 300 บาทต่อวัน คาดว่า 5 วันคงเสร็จ

"ต้องตัดสินใจดำนาวันนี้ เพราะกล้าข้าวโตเต็มที่แล้ว ไม่เอามาปลูกก็ไม่ได้ แต่การปลูกข้าวครั้งนี้ก็เหมือนวัดดวง เพราะน้ำที่สูบขึ้นมาใสนาข้าว ก็เพียงเพื่อให้ดินมีความชื้น เมื่อปักดำกล้าข้าวลงไปจะไม่ตาย พอเลี้ยงตัวเองได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ รอให้ฝนตกลงมาในช่วงนั้น หากฝนไม่ตกลงมาข้าวก็คงตาย แต่ก็ยังมีความหวังฝนจะตกลงมาเร็วๆ"นางจงจิตกล่าว

นายจักรเพชร พิมล้น อายุ 41 ปี กล่าวว่า ปีนี้ฝนแล้งแบบไม่เคยพบเคยเห็น เช่าทำนา 30 ไร่ แบ่งข้าวให้เจ้าของที่ดิน 1 ส่วน ได้ 2 ส่วน ปีนี้ตัดสินใจทำนาหว่านแทนนาดำไปแล้ว ลงทุนไถ่ไหไร่ละ 600 บาท พันธ์ข้าวปลูกอีกส่วนไร่ละ 500 บาท แต่กำลังหนักใจเพราะเมื่อน้ำไม่ขังในนา หญ้าก็จะเกิดแทรกต้นข้าวมา จึงมาหารับจ้างดำนาวันละ 300 บาท เจ้าของนาสูบน้ำมาใส่แทนน้ำฝน ตรงไหนปักดำด้วยมือได้ก็มือ ส่วนไหนดินมาแข็ง ก็จะใช้ไม้ปักลงเป็นหลุม แล้วจึงเอาต้นกล้าปลูกลงไป ที่เรียกกันว่า "สักดำ"จากนั้นก็รอฝนตกลงมา หรือต้องสูบน้ำมาใส่อีก