หลวงพ่อคูณเตรียมกลับวัดบ้านไร่อังคารหน้า

  • วันที่ 03 ส.ค. 2555 เวลา 14:11 น.

หลวงพ่อคูณเตรียมกลับวัดบ้านไร่อังคารหน้า

แพทย์เผยหลวงพ่อคูณอาการดีขึ้น หลังทำกายภาพอีกครั้ง คาด 7 สิงหาคม กลับวัดบ้านไร่ได้

หลวงพ่อคูณ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาตัวที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 รพ.มหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. แพทย์เวร พยาบาล และลูกศิษย์ได้นำหลวงพ่อคูณฯ เดินออกกำลังกายเล็กน้อย ทำกายภาพบำบัดด้วยกันปั่นจักรยานไฟฟ้าโดยปั่นไปข้างหน้า และปั่นถอยหลัง หลังจากนั้นได้ให้ทำการยกแขน งอขา นกแขน งอแขน และใช้เครื่องเขย่าปอดทำการเขย่าปอด โดยใช้เวลา 20 นาที

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้ให้อาหารเหลวครบ 5 หมู่ทางสายยางผ่านช่องท้อง 3 เวลา และยังคงทำการพ่นยาขยายหลอดลม และให้ยาละลายเสมหะต่อไป ต่อมา นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ ได้เข้าตรวจอาการของหลวงพ่อคูณฯ เพื่อประเมินอาการหลังหยุดฉีดยาฆ่าเชื้อมาได้กว่า 1 สัปดาห์แล้ว ส่วนที่หน้าห้องได้มีลูกศิษย์เดินทางมาจาก จ.น่าน มาถวายปัจจัยถวายของขวัญและกราบอยู่หน้าห้อง

นพ.พินิศจัย กล่าวว่า วันนี้ท่านดีขึ้นและสดชื่นมาก ทั้งนี้ ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดว่าดีขึ้นเรื่อยๆ มาถึงวันนี้ ตนและทีมแพทย์ทุกคนยังยืนยังว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ วันอังคารที่ 7 ส.ค.2555 หลวงพ่อคูณฯ กลับวัดบ้านไร่ได้แล้ว สำหรับอาการของหลวงพ่อตั้งแต่เข้ารักษาวันแรกกลางดึกวันที่ 3 ก.ค.2555จนถึงวันนี้( 3 ส.ค.2555 ) หรือประมาณ 1 เดือนเป็นที่พอใจของคณะแพทย์ และการรักษาและการประเมินอาการในการรักษาเดินมาถูกทางทำให้ท่านดีขึ้น แต่ ณ ตอนนี้ยังต้องฟื้นฟูสภาพ เพราะว่า หลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกำลัง หรือการเคลื่อนไหวยังต้องการการฟื้นฟูสภาพ ตนคิดว่าท่านคงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรอาจจะเป็นเดือน กว่าจะได้กลับได้เป็นปกติเหมือนเดิม แต่ในแง่การรู้ตัว การพูดจากลับมาเกือบปกติแล้ว และไข้ไม่มี จากนี้ไปในช่วง 3 เดือนของการเข้าพรรษาหน้าฝน โอกาสกำเริบของปอดติดเชื้อหรือไข้ขึ้นมาอีกนั้น

นพ.พินิศจัยฯกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ท่านมีตลอดอยู่แล้ว เพราะท่านง่ายต่อการจะเกิดปัญหาโดยเฉพาะเรื่องทางเดินหายใจ ง่ายต่อการติดเชื้อ และถ้าติดเชื้อก็จะรุนแรง ส่วนการรับกิจนิมนต์นอกวัดหลังกลับไปคราวนี้ นพ.พินิศจัยฯกล่าวว่า ตั้งแต่ท่านออกจาก รพ.มหาราชฯ เมื่อ 30 ม.ค.2555 ที่ผ่านมาการรับกิจนิมนต์ไม่มีเลย ลูกศิษย์ทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก ฉะนั้น การรับกิจนิมนต์ไปนอกสถานที่สำหรับหลวงพ่อคูณฯ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ควรจะหลีกเลี่ยง เพราะท่านไม่ไหวแล้ว เอาแค่ออกมาเจอผู้คนนอกห้องยังต้องพิจารณากัน ส่วนการเคาะหัว เป่าหัว หลักที่วางไว้จะไม่ให้เข้าใกล้ท่านในระยะรัศมี 2 เมตร เรากลัวว่า จะนำเชื้อไปหาท่าน ฉะนั้นเรื่องเคาะหัว หรือเป่าหัวขอให้เลิกคิดไปได้เลย ส่วนช่วงฤดูฝนเข้าพรรษาต้องระวังเรื่องของการติดเชื้อทางเดินหายใจ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยด้วย นพ.พินิศจัย กล่าว

ข่าวอื่นๆ