วอนช่วยหนุ่มพิการชีวิตสุดรันทด

  • วันที่ 03 มี.ค. 2555 เวลา 20:24 น.

วอนช่วยหนุ่มพิการชีวิตสุดรันทด

หนุ่มนครพนมป่วยพิการอัมพฤตครึ่งท่อน เป็นแผลติดเชื้อ ไร้ญาติพ่อแม่ปล่อยทิ้งอยู่กับปู่และย่า  ตั้งแต่อายุ 3 ขวบวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

นายสุริยัน  พิมพ์บุญมา  หรือน้องบอย  หนุ่มวัย 19 ปี  ชาวบ้าน คำสว่าง หมู่ที่ 5 ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม  ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์  เป็นเหตุให้พิการเป็นอัมพฤต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  แต่ไม่มีญาติดูแล ถูกปล่อยทิ้งไว้เพียงลำพัง  ตามชะตาชีวิต  อยู่รอดด้วยการอาศัยข้าวก้นบาตรจากวัดกิน ที่ชาวบ้านสงสารจึงนำมาให้กินประทังชีวิตให้อยู่รอดไปวันๆ  แต่ไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรทางภาครัฐเข้ามาดูแลช่วยเหลืออย่างจริงจัง   ทำให้ปัจจุบัน  น้องบอย  อาศัยนอนบริเวณแคร่ใต้ถุนบ้าน  ในสภาพช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  และมีบาดแผลกดทับ บริเวณสะโพก และก้น  มีเพียงอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนที่เกิดความสงสาร แวะเวียนมาล้างแผลให้ บรรเทาความเจ็บปวด เพราะบางครั้งมีแลวงวัน และมดมาตอมแผล ต้องอาศัยมุ้งกางป้องกัน    โดยชาวบ้านเคยเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐทั้ง อำเภอ อบต.  ให้มาตรวจสอบดุแลเร่งให้การช่วยเหลือ  เกรงว่าแผลจะติดเชื้อรุกลาม  แต่ยังรอการเสนอเรื่องผ่านขั้นตอนตามระเบียบราชการ   จึงวิงวอนผ่านสื่อให้ผู้ใจบุญมาช่วยเหลือ  เกรงสุขภาพผู้ป่วยจะย่ำแย่ทรุดหนัก          นายบัวลา  จันทร์แก้ว อายุ 47 ปี  กำนันตำบลวังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม   กล่าวถึง ชีวิตรันทด ของ นายสุริยัน   ลูกบ้านว่า    เดิม น้องบอย  จะอาศัยอยู่กับปู่และย่า  คือ นายทองแดง  พิมพ์บุญมา อายุ 65 ปี และ นางทองจันทร์  พิมพ์บุญมา  อายุ 62 ปี  มาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ  เนื่องจาก พ่อและแม่ คือ  นายสุขสันต์  และ นางจันทา  พิมพ์บุญมา   ไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัดหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวที่มีฐานะยากจน  โดยนานครั้งจะกลับมาเยี่ยมลูก  จนกระทั่งเมื่อประมาณ ปี 2548  ทั้งพ่อ และแม่ ได้ขาดการติดต่อกับครอบครัว โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ น้องบอย  ต่อสู้ชีวิต อาศัยอยู่กับปู่ และย่า   ตามสภาพ  ซึ่งได้มีโอกาสเรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3   และต้องหยุดเนื่องจากฐานะยากจน บวกกับ นายทองแดง  พิมพ์บุญมา อายุ 65 ปี   ปู่ที่ดูแลเสมือนพ่อต้องล้มป่วยเสียชีวิตลง เมื่อประมาณปี 2553   จึงต้องไปทำงานรับจ้างหาเงินมาซื้อข้าวกิน และเลี้ยงย่า  ประทังชีวิตให้อยู่รอด  เพราะพ่อกับแม่ ไม่เคยติดต่อมาเลย จนกระทั่งเมื่อประมาณเดือน พ.ค. 2554   น้องบอย  ได้ประสบอุบัติเหตุ ขณะขับรถจักรยานยนต์ไปกับเพื่อน  ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนมเป็นเหตุให้เป็นอัมพฤตครึ่งตัว จากเอวลงถึงเท้า ช่วยตัวเองไม่ได้  และยังเป็นแผลติดเชื้อกดทับขนาดใหญ่บริเวณสะโพก และก้น ที่ต้องเยียวยารักษาเป็นเวลานานพอสมควร หนำซ้ำต้องเจอกับความสูญเสียระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากย่า คือ นางทองจันทร์  พิมพ์บุญมา  อายุ 62 ปี  ต้องป่วยและเสียชีวิตจากไปอีกคน  ทำให้  น้องบอย  ต้องอยู่เพียงลำพังตามสภาพ มีเพียงชาวบ้านที่อยู่ใกล้เป็นเพื่อนบ้าน ที่สงสารเทียวแวะเวียนมาเยี่ยมให้กำลังใจ ทางด้าน นางหนูเพียร  ไชยา อายุ 43 ปี  ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน ต.วังตามัว กล่าวว่า  ในการดูแลตนได้ใช้เวลาว่างมาช่วยล้างแผล  และดูแลตามสภาพ เพราะสงสารมาก ญาติพี่น้องก็ไม่มีดูแล   มีเพียงอาสาวคนเดียวก็ไม่สามารถจะดุแลได้ เพราะฐานะยากจน ต้องไปดินรนทำงาน  ต้องปล่อยให้น้องบอย อาศัยอยู่ตามลำพัง  ส่วนข้าวปลาอาหาร ก็มีชาวบ้านที่สงสาร นำข้าวก้นบาตรมาแวะเวียนให้กินประทังชีวิต  ที่เป็นห่วงคือเรื่องแผลกดทับบริเวณสะโพก ซึ่งเป็นแผลขนาดใหญ่ หากไม่มีการดูแลต่อเนื่อง หรือให้การรักษาที่ดี  จะต้องติดเชื้อ เพราะช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องนอนตลอด ทำให้เกิดการกดทับ เกิดความชื้นบางครั้งมาดูมีกลิ่นเหม็น   นอกจากนี้สภาพความเป็นอยู่นอนในใต้ถุนบ้าน ทั้งมด และแมลงวันมาตอม  ต้องใช้มุ้งกางป้องกัน  ยิ่งใกล้ถึงฤดูฝนมีลมพายุมายิ่งแย่ ต้องหาผ้าใบมาปิดป้องกันฝนสาด  เพราะนอนคนเดียวลำพังช่วยตัวเองไม่ได้   หากเป็นไปได้อยากให้หน่วยงานภาครัฐ หรือผู้ใจบุญ หาทางช่วยเหลือ  ถ้ารอให้มีการเสนอผ่านขั้นตอนทางราชการ คงอีกนาน  ปล่อยให้ดูแลตามประสาชาวบ้านแบบนี้ก็เสมือนรอวันตายเท่านั้น  เพราะขณะนี้แม้แต่อุปกรณ์ล้างแผลก็ยังไม่มี แจ้งไปยังหน่วยงานภาครัฐก็มีเพียงรับเรื่องไว้   ที่สำคัญอยากฝากไปถึงพ่อ กับแม่ หากยังมีชีวิตอยู่ อยากให้กลับมาดูแลลูก  เพราะเจ้าตัวพูดเสมอว่า อยากเห็นหน้าพ่อ กับแม่ ก่อนตาย  

 

ภาพประกอบข่าว

 

      

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ