ศปภ.พร้อมทำตาม6ข้อเรียกร้องชาวดอนเมือง

วันที่ 21 พ.ย. 2554 เวลา 12:23 น.
ศปภ.พร้อมทำตาม6ข้อเรียกร้องชาวดอนเมือง
ศปภ.เจรจาชาวบ้านดอนเมือง-หลักสี่ลงตัว พร้อมทำตาม 6 ข้อเรียกร้องเร่งระบายน้ำ คาดน้ำลดลงชัดเจนใน 7 วัน

เมื่อเวลา 10.00 ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ตัวแทนประชาชนจากเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ และจากจ.ปทุมธานีบางส่วน กว่า20 หมู่บ้าน นำโดย นายพงษ์เทพ ศิริทรัพย์ รวมไปถึงนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัครสส.เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ได้มายื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อ ให้กับศปภ. โดยมีพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกศปภ. และนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง ศปภ. เข้าร่วมรับฟังข้อเรียกร้องจากชาวบ้าน

ทั้งนี้ข้อเรีกยร้อง 6 ข้อของชาวบ้าน ได้แก่ 1. เพิ่มเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง เพื่อสูบออกจากคลองเปรมประชากร ลงคลองรังสิต เร่งแก้ไขปัญหาขยะและสิ่งกีดขวางในลำคลอง 2.เร่งงระบายน้ำออกจากคลองเปรมประชากรลงตามระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯเพื่อแก้ปัญหาขยะ 3.เร่งทำแนวบิ๊กแบ็ก กั้นคลองรังสิต บริเวณใต้สะพานรังสิต เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้ามาเติมบนถ.วิภาวดี และเร่งสูบน้ำออกในพื้นที่โดยเร็ว 4.เร่งระบายน้ำออกจากคลองรังสิต ซึ่งปัจจุบันมีน้ำลดลงมาก แต่ยังมีปัญหาในเรื่องระบายน้ำออกทางด้านตะวันออก 5.ขอให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการเยียวยาให้กับประชาชนที่อยู่เหนือคันบิ๊กแบ็ก และ 6.ขอให้พิจารณาการระบายน้ำออกจากคลองบ้านใหม่ และทำความเข้าใจกับมวลชนในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด

ตัวแทนชาวบ้านบางส่วนยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนผันการจ่ายค่าทางด่วนดอนเมือง-โทลเวย์ออกไปอีก เนื่องจากเส้นทางดอนเมืองโทลเวย์ยังคงเป็นเส้นทางหลักเส้นทางเดียวสำหรับสัญจรเข้าสู่หมู่บ้านในเขตหลักสี่ ดอนเมือง ไปจนถึงแถบรังสิต แต่ชาวบ้านต้องจ่ายค่าโทลเวย์กว่า 85 บาทเพื่อเข้าบ้านตัวเองจึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่าบงยิ่ง

นอกจากนี้ยังต้องการให้รื้อคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็กบริเวณถ.โลคัลโร้ด หน้าสน.ดอนเมืองออกช่วงหนึ่ง เพื่อให้สามารถใช้รถกระบะสัญจรข้ามไปมาได้ รวมถึงตั้งจุดรับข้อมูลในการช่วยเหลือเยียวยาบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต เนื่องจากชาวบ้านสามารถเดินทางได้สะดวก และให้เชื่อมโยงทุกเขตภายในกรุงเทพมหานครด้วย

นายอานนท์กล่าวภายหลังรับข้อเรียกร้องจากชาวบ้านว่า ข้อเสนอทั้งหมดที่เสนอมานั้น เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับความตั้งใจของศปภ.อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการวางบิ๊กแบ๊คบริเวณแนวคลองรังสิตประยูรศักดิ์จนไปสิ้นสุดที่ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ รวมไปถึงเรื่องเครื่องสูบน้ำ ทั้งนี้แนวบิ๊กแบ๊กที่จะวางเพิ่มเติมนั้น จะเสร็จภายใน 2 วัน และน้ำในพื้นที่ดอนเมืองส่วนใหญ่ ไม่นับรวมพื้นที่แอ่งกะทะนั้น จะลดลงอย่างเห็นผลได้ชัดภายใน 7 วันอย่างแน่นอน ซึ่งพื้นที่ไหนยังเป็นจุดเสี่ยงที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง และจะใช้เวลาในการระบายออกมากกว่าปกตินั้น ทางคณะทำงานฯจะมีการสำรวจและประสานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าไปช่วยเหลือทันที

ส่วนการระบายน้ำออกจากพื้นที่ดอนเมืองนั้น นายอานนท์กล่าวว่า จะใช้ทุกคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองเปรมประชากร คลองบ้านใหม่ แต่จะเน้นไปที่คลองบางเขนใหม่แลคลองบางเขนเก่า เนื่องจากมีขนาดคลองที่กว้าง และมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวนมากตั้งอยู่ ส่วนข้อเสนอแนะที่จะให้ผันน้ำลงคลองบ้านใหม่นั้น ศปภ.รับจะไปหารือกับเทศบาลนครปากเกร็ดเพื่อให้เร่งระบายน้ำออกได้ ส่วนการรื้อบิ๊กแบ๊คบางส่วนออกนั้น จะขอไปหารือกับทางกทม.และผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าจะมีผลกระทบในด้านใดบ้าง ซึ่งการรื้อบิ๊กแบ๊กนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องดูเรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสม และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากทุกฝ่ายก่อน

ขณะที่พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่าเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ต้องรับน้ำเป็นเวลานาน และอยู่เหนือคันกั้นน้ำนั้น รัฐบาลมีแนวคิดอยู่แล้วในเบื้องต้น ซึ่งในจุดนี้มีพระราชบัญญัติหลายฉบับที่สามารถบังคับใช้ในเรื่องของการชดเชยได้ ซึ่งจะรับไปหารือต่อศปภ.คณะใหญ่ต่อไป ขณะที่เรื่องให้ผ่อนผันการจ่ายค่าทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ออกไปอีก และการหารือกับห้างฟิวเจอร์ปาร์คนั้น จะไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในทันที

ทั้งนี้เมื่อชาวดอนเมืองได้รับฟังข้อชี้แจงจากทางศปภ.ก็มีความพอใจ และได้เดินทางแยกย้ายกันกลับไป ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) จะมีการหารือร่วมกันระหว่างศปภ.และชาวบ้านดอนเมืองอีกครั้ง เวลา 10.00 ที่ร้านอาหารเพาะรัก สี่แยกศรีสมานอีกครั้ง เพื่อให้เห็นพื้นที่จริง โดยนายอานนท์ จะร่วมเป็นตัวแทนศปภ.ไปหารือร่วมกับชาวบ้านด้วย