ชาวลำลูกการื้อบิ๊กแบ็กแยกคปอ.ยาว3.5เมตร

วันที่ 16 พ.ย. 2554 เวลา 14:48 น.
ชาวลำลูกการื้อบิ๊กแบ็กแยกคปอ.ยาว3.5เมตร
ชาวบ้านลำลูกกา 200 คน เข้ารื้อบิ๊กแบ็ก แยก คปอ. ยาว 3.5 เมตร น้ำทะลักฝั่งพหลฯ ศปภ.เตรียมเจรจา17พ.ย.ขอทำฝายน้ำล้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีกลุ่มชาวบ้านในชุมชนย่านลำลูกกา ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือ บิ๊กแบ็กบน ถ.พหลโยธิน ช่วงกรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ หรือ คปอ. ที่กั้นน้ำจากแยกลำลูกกา ไม่ให้เข้ามายังฐานทัพอากาศ ออกมาชุมนุมประท้วง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดแนวคันกั้นยาว 10 เมตร

ล่าสุด สน.สายไหมแจ้งว่า เมื่อเวลา 14.45 น. ชาวบ้าน 200 คนได้มาชุมนุม ที่แยกคปอ. ถ.พหลโยธิน และพากันรื้อบิ๊กแบ็คยาวกว่า 3.5 เมตรก่อนจะแยกย้ายกันไป ส่งผลให้น้ำทะลักมายังถ.พหลโยธินทั้งขาเข้าและขาออก โดยระดับน้ำ 2 ฝั่งใกล้เคียงกันแล้ว

ทั้งนี้จุดที่มีการรื้อแนวบิ๊กแบ็กเป็นจุดตัดของ ถ.พหลโยธินและ ถ.จันทรุเบกษา ซึ่งเชื่อมต่อกับซอยเลียบคลองสอง และ ถ.สายไหม

ศปภ.ยันไม่สามารถเปิดบิ๊กแบ็ก10เมตรตามข้อเรียกร้องได้

พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) กล่าวว่า ที่ประชุมศปภ. เห็นว่าไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องได้ เพราะเกรงว่าจะทำให้น้ำทะลักเข้ากทม.จำนวนมากและทางกทม.ไม่สามารถสูบและระบายออกได้ทัน จึงมอบหมายให้คณะทำงานลงไปเจรจากับประชาชนในวันที่ 17 พ.ย.นี้ เวลา 11.00 น. เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเสนอการทำฝายน้ำล้น ซึ่งต้องทำบนพื้นฐานความพึงพอใจและลดความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ ส่วนเรื่องการเยียวยาก็ต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน เนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนที่แตกต่างกัน หากเดือดร้อนมากกว่า การเยียวยาอาจต้องพิจารณาในเชิงปริมาณด้วย

"ขณะนี้ ชาวบ้านได้รื้อไปแล้ว 3.5 เมตร ซึ่งต้องการเปิดให้ถึง 10 เมตร และไม่ต้องการให้ทำฝายน้ำล้น เนื่องจากต้องการให้น้ำที่ท่วมขังเป็นแรมเดือนกว่า 2 เมตรได้ระบายออกจากพื้นที่ไป  แต่จากการหารือร่วมกับทุกฝ่าย การเปิด 10 เมตรคงเป็นไปไม่ได้ จำเป็นต้องไปเจรจากับชาวบ้านให้เข้าใจ เพราะหากเปิดน้ำก็จะไหลเข้าพื้นที่กทม.มากขึ้น"พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

กทม.โยนทัพฟ้าดูแลปมบิ๊กแบ็ก

ด้าน ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)กล่าวว่า กรณีการรื้อแนวคันบิ๊กแบ็กบริเวณ ถ.พหลโยธิน แยก คปอ. ได้รับรายงายว่า มีประชาชนมารื้อแนวบิ๊กแบ็กจริงแต่เป็นเฉพาะชั้นบนของแนว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับชาวบ้าน ซึ่ง กทม.หวังว่า จะได้ข้อสรุปที่ดีเช่นเดียวกับปัญหาที่ ถ.วิภาวดี-รังสิต

ทั้งนี้ จากการประชุมหารือระหว่าง ศปภ.และกทม. ซึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีการข้อตกลงร่วมกันว่าให้มีการเปิดทางน้ำบางส่วนให้เป็นฝายน้ำล้น ซึ่งระบุ เพียง ถ.วิภาวดี เพียงจุดเดียว อย่างไรก็ตามต้องรอผลการเจรจาของกองทัพอากาศที่จะรายงานมาถึง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และแจ้งให้ กทม.ทราบ ซึ่งคิดว่า ทางออกที่ดีที่สุด คือ ให้ทุกฝ่ายใช้เหตุผล เพราะเหตุผล คือ วิธีป้องกันคันกันน้ำได้ดีที่สุด

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หลายครั้งความเคลื่อนไหวของมวลชนมีผู้แทนในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ตนในฐานะอดีต ส.ส. อยากเรียกร้องให้ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด โดยส.ส.ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งทำหน้าที่ออกกฎหมาย จำเป็นต้องเคารพข้อกฎหมายด้วยเช่นกัน โดยสิ่งที่ดีที่สุด คือ ควรชักชวนประชาชนให้เคารพกฎหมายด้วย

 

บทความแนะนำ