ชาวพุทธมณฑลเร่งเตรียมตัวรับมือน้ำ

  • วันที่ 23 ต.ค. 2554 เวลา 19:35 น.

ชาวพุทธมณฑลเร่งเตรียมตัวรับมือน้ำ

ประชาชนที่อาศัยย่านพุทธมณฑลสายสอง-สายสี่เร่งเตรียมการรับมือน้ำท่วม ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคถูกกว้านซื้อหมดร้านค้า

บรรยากาศในพื้นที่บริเวณถนนพุทธมณฑลตั้งแต่สาย 4 ลงมาถึงพุทธมณฑลสาย 2 เริ่มตื่นตัวกับภาวะวิกฤตน้ำท่วมมากขึ้น หลังจากที่กระแสข่าวว่าน้ำเหนือจะเข้ามาในเร็วๆนี้ ผ่านตามคลองซอยต่างๆ ที่เชื่อมกับคลองทวีวัฒนา เช่น คลองบางแวก คลองบางเชือกหนัง คลองบางระมาด คลองบางพรม

นอกจากนี้ ยังมีคลองมหาสวัสดิ์ที่เชื่อมมาจากคลองบางกอกน้อย-เจ้าพระยา ที่อยู่ใกล้พื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้น ประชาชนในแถบนี้ จากเดิมเป็นเพียงผู้เสพข่าวสาร วันนี้ต้องลุกขึ้นมามาหาแนวทางป้องกันน้ำท่วม และเร่งขนของขึ้นบนชั้นสองของบ้าน

พื้นที่ย่านดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกิดใหม่ มีจำนวนหมู่บ้าน ร้านค้า ร้านวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก และมีชุมชนจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ติดริมคลองต่างๆ เพื่อดูแลสวนผัก และสวนกล้วยไม้ โดยพื้นที่เหล่านี้ ล้วนต่ำกว่าระดับน้ำทั้งสิ้น หากไม่มีการกั้นกระสอบทรายไว้ สวนต่างๆ คงต้องประสบกับภาวะน้ำท่วมมิด

ประชาชนนำรถยนต์มาจอดบนสะพานต่างระดับบรมราชชนนี

สาย 4 เร่งตั้งกระสอบทราย

พื้นที่พุทธมณฑลสาย 4 ฝั่งถนนบรมราชชนนี ตลอดแนวมีหมู่บ้านขนาดใหญ่ เช่น หมู่บ้านลดาวัลย์  นันทวัลย์ ของเครือแลนด์ แอนด์ เฮาส์ หมู่บ้านโนเบิล ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านเริ่มรวมตัวกันทำแนวกระสอบทรายกั้นหน้าหมู่บ้าน ส่วนร้านค้าต่างๆ หลายแห่งเริ่มก่อปูนสูงถึงเข่ากั้นหน้าร้าน รวมถึง หน้ามหาวิทยาลัยมหิดลด้วยเช่นกัน

ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น บริษัท ท่อน้ำไทย บริษัท น้ำพริกเผาแม่ประนอมก็เริ่มเตรียมความพร้อมรับมือ ส่วนบรรยากาศกาศร้านขายวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์เอนกประสงค์ในย่านนี้ นอกจากอิฐ หิน ดิน ทราย ปูนจะขายดีแล้ว เรือพลาสติกยังขายดีอีกด้วย

ทั้งนี้ บางร้านมีการปรับราคาเรือ จากเดิมเรือพลาสติกบาง ราคา 2,800 บาทต่อลำ ขึ้นมาเป็น 6,800 บาท เรือพลาสติกหนา ราคา 4,500 บาท ขึ้นเป็น 8,500 บาท ส่วนถังพลาสติกเอนกประสงค์ที่มีฝาปิด เกรดรีไซเคิล ขนาดกลางที่นำมาวางเรียงขายตามริมถนน มีการปรับราคาขึ้นสูงมาก โดยผู้ที่นำมาขายให้เหตุผลว่า สินค้ามีความต้องการสูง ผลิตไม่ทัน

สายสองคนแห่เอารถจอดบนสะพาน

สำหรับปรากฎการณ์นำรถมาจอดบนสะพานได้เริ่มเกิดขึ้นแล้วบนถนนพุทธมณฑลสาย 2 โดยจากการสอบถามผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ระบุว่า เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 1-2 วันมานี้เองที่มีผู้นำรถยนต์มาจอดบนสะพานข้ามคลองทุกแห่งบนถนนนี้ ซึ่งทุกสะพานมีปริมาณรถเต็มทุกพื้นที่ที่สามารถจอดได้ แม้กระทั่งพื้นที่ขอบสะพาน ที่เดิมเป็นพื้นที่ที่คนเดิม ก็มีรถจอดเต็มแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ สะพานวงแหวนพุทธมณฑลสาย 2 ที่เชื่อมไปยังถนนบรมราชชนนี และถนนเลียบทางรถไฟศาลาธรรมสพน์ มีคนนำรถยนต์มาจอดเต็ม 2 ข้างทางแล้วเช่นกัน เว้นที่ให้ช่องจราจรเพียง 1-2 ช่องเท่านั้น ผู้อยู่ในพื้นที่ เล่าว่า เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงแค่ไม่กี่วันนี้เอง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ประชาชนเริ่มแตกต่างเมื่อมีข่าวว่าน้ำเข้าใกล้มาทุกที และเมื่อเห็นว่ามีคนนำรถยนต์มาจอดแล้ว ก็นำมาจอดตามกัน

ผู้อยู่อาศัยรายหนึ่งในย่านพุทธมณฑลสาย 2 กล่าวว่า ทยอยเก็บของขึ้นชั้นเกือบหมดแล้ว และพร้อมที่จะอพยพไปอยู่ที่อื่นทันที หากน้ำมา โดยอยากให้ทุกคนจัดการกับปัญหาเรื่องนี้อย่างมีสติ โดยเฉพาะเรื่องการจอดรถ อยากให้นึกถึง กรณีฉุกเฉิน หากจำเป็นต้องใช้เส้นทาง จะเกิดปัญหาติดขัดอย่างมาก

คนรายได้น้อยรับซื้อของตุนยาก

ขณะที่จากการสำรวจร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ในย่านพุทธมณฑลสาย 2-4 พบว่า สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ขนมปัง อาหารกระป๋องต่างๆ และน้ำดื่ม ไม่มีขายแล้ว ซึ่งพนักงานเซเว่น อีเลเวฟ สาขาพุทธมณฑลสาย 3 ระบุว่า รถขนส่งมาส่งสินค้าได้น้อยลง บางครั้งที่มาส่งก็ไม่มีสินค้าบางรายการแล้ว ส่วนขนมปังต่างๆ ไม่ได้มาส่งนานแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะมาส่งอีกเมื่อใด

นอกจากนี้ เจ้าของร้านอาหารในปั๊มแก๊สย่านพุทธมณฑลสาย 2 ยังเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อน้ำดื่มในร้านไม่มีขายมาหลายวันแล้ว ทำให้ลูกค้าบางรายวิตกกังวล กลัวว่าจะไม่มีน้ำดื่ม จึงรีบนำถังขาวขุ่นใบใหญ่ 3-4 ใบมาเติมน้ำจากตู้ขายน้ำลิตรละบาทหน้าร้าน ส่วนลูกค้าบางรายมาเล่าให้ฟังว่า รีบไปซื้อถังใบใหญ่สำหรับเก็บน้ำทันทีที่ได้ข่าวจากทีวีว่า น้ำประปาจะเป็นสีเหลือง

ส่วนชาวบ้านที่อยู่บริเวณริมคลองที่สาละวนกับการป้องกันน้ำเข้าบ้าน กล่าวว่า หากน้ำท่วมบ้าน คงรอความช่วยเหลือเรื่องอาหารจากหน่วยงานรัฐอย่างเดียว ไม่มีทางเลือกอื่นๆ เพราะคนที่มีรายได้น้อย ไม่มีเงินที่จะไปซื้อสินค้ากักตุน หรือซื้ออาหารเก็บไว้ในปริมาณมากๆ เลย ซึ่งเวลานี้ ต่อให้มีเงินอยากซื้อ ก็ซื้อไม่ได้แล้ว ไม่มีอะไรให้ซื้อแล้ว

ด้านการสำรวจร้านค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วย เจ้าของร้านหลายแห่ง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนนี้ลูกค้าหาซื้อน้ำดื่ม ถ่านไฟฉาย ไข่ไก่ ในเซเว่น อีเลฟเว่นไม่ได้แล้ว จึงเริ่มหันมาหาซื้อของเหล่านี้กับร้านของพวกตนมากขึ้น ทำให้ขายของได้ดีขึ้น แต่ก็ยอมรับว่า หากสถานการณ์วิกฤตจริง คงต้องเก็บของจำเป็นบางอย่างไว้ใช้เอง

ร้านอาหารบ่นอุบ ของแพง

สำหรับการสำรวจร้านอาหารตามสั่งในย่านพุทธมณฑล ส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับราคาสินค้า เพราะวัตถุดิบต่างๆ ยังสามารถหาได้จากตลาดสดต่างๆ ในพื้นที่ และยังไม่มีวัตถุดิบประเภทใดที่ขาดแคลน แต่เจ้าของร้านยอมรับว่า ผักทุกประเภท ข้าวสาร ราคาปรับสูงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังต่อรอง

ส่วนวัตถุดิบบางรายการ เช่น น้ำมันหอย ที่บรรจุแกลลอนพลาสติกเล็กที่ร้านอาหารตามสั่งนิยมใช้ เจ้าของร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งเล่าว่า ตลาดบางแค วางขายปลีกเพียง 20 บาทต่อแกลลอนเล็ก แต่ผู้ที่นำมาขายที่ตลาดนัดใกล้ร้าน กลับตั้งราคาสูงถึง 30 บาทต่อแกลลอนเล็ก โดยเจ้าของแผงอ้างว่า ขนส่งลำบาก ทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น จึงต้องปรับราคาขายสินค้าบางอย่างขึ้น 5-10 บาท

ข่าวอื่นๆ