ชาววัดกู้ปากเกร็ดห่วงน้ำทะลักพนังช่วงทะเลหนุน

  • วันที่ 23 ต.ค. 2554 เวลา 18:50 น.

ชาววัดกู้ปากเกร็ดห่วงน้ำทะลักพนังช่วงทะเลหนุน

ประชาชนในซอยวัดกู้ปากเกร็ด เฝ้าดูแลซ่อมแซมพนังกั้นน้ำต่อเนื่อง ห่วงช่วงน้ำทะเลหนุนสูง23-31 ต.ค.ทำน้ำทะลัก

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ตลอดเส้นทางซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ยังสามารถคุมสถานการณ์พนังกั้นน้ำที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ได้ แม้พนังกั้นน้ำจะมีการขยายบริเวณมายังถนนในซอยมากขึ้นเพื่อตั้งรับกับมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ทางชุมชมและเทศบาลปากเกร็ดได้ช่วยกันดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งตลอดริมน้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลปากเกร็ดมีวัดหลายแห่ง แต่มีเพียง 4 แห่งที่ต้องยอมให้ระดับน้ำเข้ามา คือ วัดโพธิ์บางอ้อย วัดกลางเกร็ด วัดเกาะพญาเจ่ง และล่าสุดเมื่อคืนของวันที่ 22 ต.ค. วัดกู้ทต้องปิดทางเข้าออกเนื่องจากน้ำได้ไหลเข้ามามาก ทางเทศบาลต้องทำพนังกั้นน้ำขึ้นและจนปิดทางเข้าออก เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้น้ำไหลเข้ามาบริเวณชุมชนปากเกร็ด และขยายวงไปยังเขตดอนเมืองได้

นายสมบัติ ยิ่งเจริญ สมาชิกเทศบาลนครปากเกร็ด เปิดเผยว่า ตอนนี้พนังกั้นน้ำ อ.ปากเกร็ด ได้แก้ไขพนังกั้นน้ำที่ชำรุดได้ 40-80 % ตามแต่ละพื้นที่ตลอดริมน้ำเจ้าพระยา 9 กม.ที่อยู่ในเขตความดูแลของ อ.ปากเกร็ด และตอนนี้ต้องใช้แผนการที่3 ในการป้องกันพนังกันน้ำ โดยด่านแรกคือ ใช้คันดินพอดินอุ้มน้ำมากก็เริ่มลงกระสอบทราย และตอนนี้ต้องเพิ่มที่ค้ำพนังกั้นน้ำด้วยไม้

“ต้องยอมรับว่าตอนนี้ทั้งคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาลเหนื่อยและอ่อนล้ากันมาก เนื่องจากมีการช่วยกันดูแลตลอดเวลา มีการเฝ้ายามระหว่างเจ้าหน้าที่เทศบาลและคนในชุมชน วันนี้โชคดีที่ได้ทหารเข้ามาช่วยทำที่ค้ำยันพนังกันน้ำให้ทีความแข็งแรงขึ้น”นายสมบัติกล่าว

นายสมบัติ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องทำทุกอย่างเพราะปัจจุบันระดับน้ำริมน้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 3.25 เมตร นับจากระดับทะเล ถ้าหากเอาไม่ไหวก็จะทำให้น้ำไหลเข้าไปยังเขตชุมชนตั้งแต่ ถ.แจ้งวัฒนะ ไปเขตดอนเมือง และอาจทำให้น้ำท่วมได้ในระดับ 1 เมตร แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ ระหว่างวันที่ 23-31 ต.ค. ที่น้ำทะเลหนุนสูงกว่าระดับปัจจุบันมาก ซึ่งถ้าพนังไม่กั้นให้ดี น้ำที่จะท่วมก็มีโอกาสสูงกว่า 1 เมตร

“เราต้องกั้นให้ดีเพราะถ้าไม่ดีจะลามไปยังกรุงเทพได้เร็ว เพราะปากเกร็ดถือเป็นด่านที่ติดกับพื้นที่กรุงเทพโดยเฉพาะดอนเมือง อีกทั้งยังเป็นเพียงหนึ่งในสองอำเภอจังหวัดนนทบุรีที่น้ำยังไม่ท่วม คือ อ.ปากเกร็ด และอ.เมือง ซึ่งถ้าพนังปากเกร็ดรับไม่อยู่จะทำให้ปริมาณไหลเข้าชุมชนในปริมาณที่แรงและเร็วเพราะปัจจุบันถือว่าเรากั้นน้ำในปริมาณที่สูง”นายสมบัติกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภอ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ซอยวัดกู้ได้ปิดทางเข้าออกเหลือทางเดียวตั้งแต่วันอาทิตย์ที่16 ต.ค. ผ่านมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานเทศบาลและคนในชุมชนที่เข้ามาแก้ไขพนังกั้นน้ำได้ทันทีเมื่อมีการชำรุด แต่ปัญหาที่เจอคือประชาชนไม่ค่อยทำตามกฎ ยังนำรถยนต์ส่วนตัวขับสวนทางเข้าไปทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก ประกอบกับอยากให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง เพราะตลอดริมน้ำเจ้าพระยา 9 กม.ที่อยู่ในความดูแลของ อ.ปากเกร็ด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียง 4 ท่านที่ต้องตระเวนเข้าออกซอยเพื่อดูแลประชาชนและคอยอำนวยความสะดวกให้ทุกหน่วยงานได้เข้ามาทำงานเต็มที่

นางวิรัญญา คิดทำ อายุ 45 ปี อาชีพ พนักงานรัฐวิสาหกิจที่ยังคงพาลูกมาไหว้พระและให้อาหารปลาที่วัดบางพังอยู่แม้ระดับน้ำจะสูง กล่าวว่า ยังคงดำเนินวิถีชีวิตปกติเพราะอาศัยอยู่ในบ้านเอื้ออาทรที่อยู่ใกล้กับวัดบางพังและอยู่อีกฝั่งถนนที่ไม่ท่วม เพราะไม่รู้จะเครียดไปทำไม เคยพาลูกมาก็ยังพามาพร้อมกับพาเขาตระเวนดูในซอยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งสำหรับเด็กคงสนุก แต่สำหรับผู้ใหญ่คือเหตุการณ์ที่ควรรับสภาพความเป็นจริงว่า น้ำต้องท่วม ใจหนึ่งชื่นชมคนในซอยวัดกู้ที่มีการช่วยเหลือ เสียสละ และสามัคคีกันเป็นอย่างดี แต่ใจหนึ่งรู้สึกอยากให้ปล่อยน้ำกระจายลงมาเลย สำหรับเธอเธอรับได้ เพราะเห็นคนใกล้ตัวหลายคนเดือดร้อนกว่าเรามาก เพื่อนที่ทำงานหลายคนบ้านมิดหัวไปแล้ว

 

ข่าวอื่นๆ