น้ำมูลล้นท่วมโนนสูง200หลังจมบาดาล

วันที่ 18 ต.ค. 2554 เวลา 08:06 น.
น้ำมูลล้นท่วมโนนสูง200หลังจมบาดาล
น้ำมูลล้นทะลัก จม ต.ลำมูล อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา แล้วกว่า 200 หลัง นาข้าวจมบาดาลนับพันไร่ อบต.ประกาศเตือนภัยระดับ 3 เตือนประชาชนขนของขึ้นที่สูงเตรียมอพยพ 

จากรายงานของสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ระบุว่า ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา ยังมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปริมาณของอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน และอ่างเก็บน้ำลำแชะ ที่อำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำสูงกว่า 105 % ของความจุกักเก็บ ประกอบกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันนานกว่า 3 วัน ทำให้ปริมาณน้ำภายในลำน้ำมูล ซึ่งเป็นลำน้ำที่ต้องรองรับปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำต่างๆทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมา ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย ลุ่มน้ำลำตะคอง , ลุ่มน้ำจักราช และลุ่มน้ำลำเชียงไกร เริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของราษฎรที่อยู่ติดกับลำน้ำมูลแล้วในหลายพื้นที่ และกำลังสร้างความเสียหายขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นที่ ต.ลำมูล อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนใน 7 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนกว่า 200 หลังคาเรือน โดยระดับน้ำสูงตั้งแต่ 50 ซม. จนถึง 1 เมตร พืชผลทางการเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวงจมอยู่ใต้น้ำกว่า 1,000 ไร่ และยังคงมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเป็นแหล่งต้นน้ำมูลยังคงมีการพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำอยู่ตลอดเวลา

นายอำนวย พบทองหลาง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำมูล ต้องออกประกาศแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระดับ 3 ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ติดกับลำน้ำมูลทั้ง 2 ฝั่ง ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด  หลังจากที่ได้รับแจ้งจากทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมาว่า ปริมาณน้ำภายในลำน้ำมูลจะเพิ่มระดับสูงขึ้นอีก 15 ซม. ภายใน 1 - 2 วันนี้ 

พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ ช่วยเหลือด้วยการนำกระสอบทรายมาแจกจ่ายให้กับประชาชน เนื่องจากขณะนี้หลายหมู่บ้านกำลังขาดแคลนกระสอบทรายเพื่อนำมาวางเป็นแนวกั้นน้ำไม่ให้เอ่อเข้าท่วมสร้างความเสียหาย มาใช้ทำเป็นพนังกั้นน้ำให้กับถนนทางเข้าออกของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำทะลักเข้าท่วมจนตัดขาดเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้ในเบื้องต้นทางองค์การบริหารส่วนตำบลได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังทางอำเภอและทางกองทัพภาคที่ 2 เพื่อให้นำกระสอบทรายบางส่วนมาแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว