ปทุมฯอ่วมชาวบ้านไม่ยอมให้ทำคันกั้น

วันที่ 12 ต.ค. 2554 เวลา 10:24 น.
ปทุมฯอ่วมชาวบ้านไม่ยอมให้ทำคันกั้น
น้ำท่วมปทุมธานียังหนัก น้ำทะลักจากหลายทิศทางเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันตก ด้านผู้ว่าฯไม่มั่นใจคุมอยู่ หลังชาวบ้านแตกแยกไม่ยอมให้ทำคันกั้นน้ำ

นายชาญ พวงเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า พื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าสู่หลายแห่งเป็นบริเวณกว้างและระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากการประเมินสถานการณ์ขณะนี้ได้แก้ปัญหาด้วยการสร้างคันกั้นน้ำตามจุดต่างๆ ในหมู่บ้านและชุมชน ส่วนการป้องกันพื้นที่ในภาพรวมทำได้ยากเนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงและมาจากทุกทิศทาง ทั้งนี้ ได้มีการอพยพประชาชนจากตำบลบ้านงิ้ว และ เชียงรากน้อย ไปยังศูนย์ช่วยเหลือแล้ว ส่วนประชาชนบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ภายในบ้านและพอช่วยเหลือตัวเองได้ สำหรับการซ่อมแซมประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว อำเภอสามโคก ที่พังเสียหาย ขณะนี้กำลังวางแผนดำเนินการ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำรถแบ็คโฮ และ อุปกรณ์ต่างๆ เข้ามา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทางจังหวัดฯ อย่างเต็มที่ โดยจะดำเนินการซ่อมแซมไปพร้อมกับจุดที่เสียหายอีก 2 จุดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากหากดำเนินการไม่ทันจะทำให้ปริมาณน้ำสูงขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่นๆ ทั้งอำเภอคลองหลวง, สามโคก, ธัญบุรี และ อำเภอเมืองปทุมธานี โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาปริมาณน้ำสูงขึ้นจากเดิมถึง 50-60 เซนติเมตร

ด้าน นายพีรศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ตอนนี้สถานการณ์โดยรวมยังสามารถควบคุมได้ แต่ประสบปัญหา มีประชาชนบางส่วนประท้วง ไม่ยอมให้มีการกั้นคันดิน เพื่อกั้นน้ำ โดยระบุว่า ไม่อยากให้เกิดการแบ่งแยก หากจะท่วมก็ต้องท่วมด้วยกันทั้งหมด ซึ่งพยายามเจรจามาแล้ว แต่ยังไม่เป็นผล และไม่สามารถเข้าไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้ คล้ายๆ กับกรณีของคนไข้ ที่ไม่ยอมเสียอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต นั่นเอง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ จะพยายามทำความเข้าใจต่อไป เพื่อป้องคนคนส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ความมั่นใจที่จะป้องกันได้ จาก 2-3 วัน ก่อนหน้านี้ ที่กล้ายืนยันว่า เอาอยู่ เริ่มไม่มั่นใจ เพราะประชาชนแตกเป็น 2 ฝ่าย ความสามัคคี มีไม่เหมือนเดิม ทำให้หวั่นใจว่า การรับมือกับแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มมีความหนักใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งแม้รัฐบาลจะเพิ่มกระสอบทรายมาให้ แต่หากประชาชน ไม่ยอม ก็ทำให้การป้องกันแม่น้ำเจ้าพระยา ยากลำบากนั่นเอง